Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เปืดบริการจองทัวร์-สอบถาม ออนไลน์ 24 ชั่วโมง

ติดต่อสอบถาม

@tipontriptour

ใบอนุญาตท่องเที่ยว : 11/10168

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

Glacier Express รถไฟสายโรแมนติก ชมวิวเทือกเขาแอลป์ หนึ่งในเส้นทางที่สวยที่สุดในโลก

Glacier Express รถไฟสายโรแมนติก ชมวิวเทือกเขาแอลป์ หนึ่งในเส้นทางที่สวยที่สุดในโลก

20

Jul

สวิตเซอร์แลนด์

Glacier Express รถไฟสายโรแมนติก ชมวิวเทือกเขาแอลป์ หนึ่งในเส้นทางที่สวยที่สุดในโลก

Glacier Express รถไฟสายโรแมนติก ชมวิวเทือกเขาแอลป์ หนึ่งในเส้นทางที่สวยที่สุดในโลก

หากพูดถึงการท่องเที่ยวประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หลายคนคงนึกถึงภูเขาหิมะ ทะเลสาบสีฟ้าใส และหมู่บ้านเล็ก ๆ ท่ามกลางเทือกเขาแอลป์ แต่มีอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด นั่นคือการนั่ง Glacier Express รถไฟชมวิวระดับโลกที่ได้รับฉายาว่า
"The Slowest Express Train in the World" หรือ "รถไฟด่วนที่ช้าที่สุดในโลก"
Glacier Express เป็นรถไฟพาโนรามาที่เชื่อมต่อระหว่างเมือง Zermatt และ St. Moritz ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมง ตลอดเส้นทางระยะทางกว่า 291 กิโลเมตร ผ่านเทือกเขาแอลป์อันงดงาม สะพานหินโบราณ อุโมงค์นับสิบแห่ง แม่น้ำ หุบเขา และหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ยังคงเอกลักษณ์แบบสวิสดั้งเดิม
ความพิเศษของ Glacier Express ไม่ได้อยู่ที่ความเร็ว แต่เป็นการเปิดโอกาสให้นักเดินทางได้ดื่มด่ำกับวิวธรรมชาติผ่านหน้าต่างกระจกพาโนรามาขนาดใหญ่ พร้อมบริการอาหารและเครื่องดื่มบนขบวนรถ จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟชมวิวที่สวยที่สุดในโลก

1. Glacier Express คืออะไร? ทำไมถึงเป็นรถไฟในฝันของนักเดินทาง

1. Glacier Express คืออะไร? ทำไมถึงเป็นรถไฟในฝันของนักเดินทาง

หากพูดถึงการท่องเที่ยวประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หลายคนคงนึกถึงภูเขาหิมะ ทะเลสาบสีฟ้าใส และหมู่บ้านเล็ก ๆ ท่ามกลางเทือกเขาแอลป์ แต่มีอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด นั่นคือการนั่ง Glacier Express รถไฟชมวิวระดับโลกที่ได้รับฉายาว่า "The Slowest Express Train in the World" หรือ "รถไฟด่วนที่ช้าที่สุดในโลก"

Glacier Express เป็นรถไฟพาโนรามาที่เชื่อมต่อระหว่างเมือง Zermatt และ St. Moritz ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมง ตลอดเส้นทางระยะทางกว่า 291 กิโลเมตร ผ่านเทือกเขาแอลป์อันงดงาม สะพานหินโบราณ อุโมงค์นับสิบแห่ง แม่น้ำ หุบเขา และหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ยังคงเอกลักษณ์แบบสวิสดั้งเดิม

ความพิเศษของ Glacier Express ไม่ได้อยู่ที่ความเร็ว แต่เป็นการเปิดโอกาสให้นักเดินทางได้ดื่มด่ำกับวิวธรรมชาติผ่านหน้าต่างกระจกพาโนรามาขนาดใหญ่ พร้อมบริการอาหารและเครื่องดื่มบนขบวนรถ จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟชมวิวที่สวยที่สุดในโลก

2. จุดเด่นของ Glacier Express

หน้าต่างพาโนรามาขนาดใหญ่

ตัวรถไฟออกแบบด้วยกระจกใสขนาดใหญ่ตั้งแต่ด้านข้างจนถึงหลังคา ช่วยให้สามารถชมวิวภูเขา ธารน้ำแข็ง และหุบเขาได้แบบเต็มสายตา

ผ่านแลนด์มาร์กสำคัญของสวิตเซอร์แลนด์

ระหว่างทางจะผ่านสถานที่ที่มีชื่อเสียง เช่น

  • Rhine Gorge หรือ "แกรนด์แคนยอนแห่งสวิตเซอร์แลนด์"
  • สะพาน Landwasser Viaduct
  • Oberalp Pass จุดสูงสุดของเส้นทางที่ระดับความสูง 2,033 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

วิวสวยตลอดทั้งปี

ไม่ว่าจะเดินทางในฤดูหนาวที่เต็มไปด้วยหิมะ หรือฤดูร้อนที่เขียวชอุ่ม Glacier Express ก็มีเสน่ห์แตกต่างกันในแต่ละฤดูกาล

บริการระดับพรีเมียม

มีทั้งที่นั่งชั้น 1 ชั้น 2 และ Excellence Class ซึ่งมาพร้อมบริการอาหารแบบคอร์ส เครื่องดื่ม และสิ่งอำนวยความสะดวกพิเศษ

3. เวลาให้บริการ และค่าโดยสาร

เวลาให้บริการ

  • รถไฟให้บริการทุกวันตามตารางฤดูกาล
  • ใช้เวลาเดินทางตลอดเส้นทางประมาณ 8 ชั่วโมง
  • มีช่วงหยุดให้บริการประจำปีประมาณกลางเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนธันวาคมเพื่อเปลี่ยนตารางเดินรถ

ค่าโดยสาร

  • ราคาตั๋วขึ้นอยู่กับระยะทาง ช่วงฤดูกาล และประเภทที่นั่ง
  • ผู้โดยสารทุกคนต้องมี ตั๋วโดยสาร และ จองที่นั่งล่วงหน้า (Seat Reservation) ซึ่งเป็นข้อบังคับ
  • สามารถใช้ Swiss Travel Pass หรือ Eurail Pass ได้ในบางกรณี แต่ยังต้องชำระค่าจองที่นั่งเพิ่มเติม

4. วิธีการเดินทางไป Glacier Express

นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มต้นการเดินทางได้จาก 2 เมืองหลัก ได้แก่
เริ่มจาก Zermatt
  • เดินทางจากเมืองซูริก (Zurich) หรือเจนีวา (Geneva) ด้วยรถไฟของ Swiss Federal Railways (SBB) ไปยังเมือง Visp แล้วต่อรถไฟไปยัง Zermatt
เริ่มจาก St. Moritz
  • สามารถเดินทางจากเมืองซูริกโดยรถไฟผ่านเมือง Chur ก่อนต่อไปยัง St. Moritz
แนะนำให้จองตั๋วและที่นั่งล่วงหน้าหลายสัปดาห์ โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อนและฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่ได้รับความนิยมสูง

5. ช่วงเวลาท่องเที่ยวแนะนำ

ฤดูหนาว (ธันวาคม–มีนาคม)
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชมภูเขาหิมะ ธารน้ำแข็ง และบรรยากาศโรแมนติกของสวิตเซอร์แลนด์
ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน–พฤษภาคม)
ธรรมชาติเริ่มกลับมาสดใส อากาศเย็นสบาย นักท่องเที่ยวไม่หนาแน่น
ฤดูร้อน (มิถุนายน–กันยายน)
วิวภูเขาเขียวขจี ท้องฟ้าแจ่มใส เหมาะสำหรับการถ่ายภาพและชมธรรมชาติ
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–ต้นตุลาคม)
ป่าไม้เปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส้ม และแดง สวยงามเป็นพิเศษ พร้อมผู้คนที่บางตากว่าฤดูท่องเที่ยวหลัก

6. เกร็ดความรู้และทริกก่อนเดินทาง

เกร็ดความรู้

6. เกร็ดความรู้และทริกก่อนเดินทาง
  • เลือกนั่งฝั่งหน้าต่างเพื่อชมวิวได้เต็มที่
  • ควรจองตั๋วล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วง High Season
  • หากใช้ Swiss Travel Pass อย่าลืมจองที่นั่งเพิ่มเติม เพราะการสำรองที่นั่งเป็นข้อบังคับ
  • เตรียมกล้องหรือสมาร์ตโฟนให้พร้อม เนื่องจากเส้นทางผ่านสะพานกว่า 291 แห่ง และอุโมงค์ 91 แห่ง
  • หากมีเวลา สามารถแวะเที่ยวเมือง Zermatt หรือ St. Moritz ต่อได้ ทั้งสองเมืองถือเป็นเมืองตากอากาศยอดนิยมของสวิตเซอร์แลนด์

จำนวนผู้เข้าชม 90 ครั้ง