
11
Aug
สวิตเซอร์แลนด์
จุงเฟรา (Jungfraujoch – Top of Europe) สัมผัสโลกแห่งหิมะบนสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป
เที่ยว Jungfraujoch – Top of Europe ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นั่งรถไฟขึ้นสู่สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรปบนความสูง 3,454 เมตร ชม Aletsch Glacier เทือกเขาแอลป์ พระราชวังน้ำแข็ง Ice Palace และ Sphinx Observation Deck พร้อมสัมผัสหิมะได้ตลอด 365 วัน หนึ่งในแลนด์มาร์กระดับ Bucket List ที่ควรไปเยือนสักครั้งในชีวิต
เมื่อถึงยอด สิ่งที่รออยู่คือวิวของ Aletsch Glacier ธารน้ำแข็งที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ ทะเลภูเขาหิมะสุดลูกหูลูกตา Ice Palace และจุดชมวิวบนความสูงกว่า 3,500 เมตร โดยพื้นที่ Swiss Alps Jungfrau-Aletsch ยังเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของ UNESCO อีกด้วย ที่สำคัญ ที่นี่มี หิมะและน้ำแข็งให้สัมผัสตลอด 365 วัน ไม่จำเป็นต้องรอเฉพาะฤดูหนาวเลย

จุดเด่น
สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป
แค่การเดินทางขึ้นมาก็ถือเป็นประสบการณ์ระดับ Bucket List เพราะปลายทางอยู่สูงถึง 3,454 เมตร
Ice Palace – พระราชวังน้ำแข็ง
เดินเข้าไปในอุโมงค์และห้องที่แกะสลักอยู่ภายในน้ำแข็ง พร้อมชมประติมากรรมน้ำแข็งรูปสัตว์ต่างๆ พื้นด้านในลื่นและเย็นแบบได้ฟีลโลกน้ำแข็งเต็มๆ
Sphinx Observation Deck
หนึ่งในมุมที่ห้ามพลาด! ลิฟต์ความเร็วสูงจะพาขึ้นไปยังจุดชมวิวบริเวณ Sphinx ที่ระดับประมาณ 3,571 เมตร สามารถชมเทือกเขาแอลป์และธารน้ำแข็งจากมุมสูงได้แบบพาโนรามา
Aletsch Glacier
ไฮไลต์ระดับโลกของจุงเฟรา คือวิว Aletsch Glacier ธารน้ำแข็งที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ รายล้อมด้วยยอดเขาสูงกว่า 4,000 เมตร
Glacier Plateau
ออกไปสัมผัสหิมะจริง ๆ กลางแจ้ง พร้อมถ่ายรูปกับธงชาติสวิตเซอร์แลนด์และฉากหลังเทือกเขาแอลป์ จุดนี้คือมุมมหาชนที่มา Jungfraujoch แล้วต้องมีรูป!
Alpine Sensation
นิทรรศการมัลติมีเดียที่เล่าเรื่องราวกว่า 100 ปีของการสร้างทางรถไฟ Jungfrau Railway และชีวิตของผู้คนที่มีส่วนทำให้เส้นทางสุดมหัศจรรย์นี้เกิดขึ้น



เวลาเปิด-ปิด / ค่าเข้าชม
ราคาตั๋ว : ราคาแตกต่างตามต้นทาง ฤดูกาล และบัตรส่วนลดที่ใช้ โดยเว็บไซต์ทางการในปี 2026 มีตั๋ว Jungfraujoch เริ่มต้นประมาณ CHF 100+ ในบางเส้นทาง/เงื่อนไข จึงแนะนำตรวจสอบราคาจริงตามวันเดินทางก่อนจอง
**เดินทางกับทัวร์ รวมค่าเข้าชมแล้ว**

วิธีการเดินทาง
ขึ้น Eiger Express
ลงที่สถานี Eigergletscher (Eiger Glacier)
ต่อ Jungfrau Railway
ถึง Jungfraujoch – Top of Europe
จาก Grindelwald Terminal สามารถขึ้นถึง Jungfraujoch ได้ในเวลาประมาณ 45 นาที ด้วยเส้นทาง Eiger Express + Jungfrau Railway
อีกเส้นทางคลาสสิกสามารถเดินทางผ่าน Lauterbrunnen – Wengen – Kleine Scheidegg ก่อนต่อ Jungfrau Railway ขึ้นสู่ยอด เหมาะกับคนที่อยากชมวิวหมู่บ้านและเทือกเขาระหว่างทางแบบเต็มอิ่ม
ช่วงเวลาท่องเที่ยวแนะนำ
เมษายน – พฤษภาคม
ด้านบนยังเต็มไปด้วยหิมะ ขณะที่หมู่บ้านด้านล่างเริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ทริปเดียวได้เห็นบรรยากาศสองฤดู
มิถุนายน – สิงหาคม ⭐
หนึ่งในช่วงยอดนิยม ทุ่งหญ้าด้านล่างเขียวสด แต่เมื่อขึ้น Jungfraujoch กลับได้สัมผัสหิมะ เป็นความแตกต่างที่สวยมาก
กันยายน – ตุลาคม
อากาศเริ่มเย็น นักท่องเที่ยวบางช่วงน้อยกว่าฤดูร้อน และวิวเทือกเขายังคงสวยงาม
พฤศจิกายน – มีนาคม
เหมาะกับคนที่อยากได้ฟีลสวิตเซอร์แลนด์หน้าหนาวเต็มขั้น หมู่บ้าน หุบเขา และภูเขาปกคลุมด้วยหิมะ บรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปในเทพนิยาย
แต่ไม่ว่าจะมาเดือนไหน ด้านบน Jungfraujoch ก็มีหิมะและน้ำแข็งให้สัมผัสตลอด 365 วัน
เกร็ดความรู้
⭐ อย่าสับสนระหว่าง Jungfrau กับ Jungfraujoch — Jungfrau คือชื่อยอดเขา ส่วน Jungfraujoch คือช่องเขาระหว่าง Jungfrau และ Mönch และเป็นจุดที่ตั้งของ Top of Europe
⭐ ด้านบนสูงกว่า 3,400 เมตร อากาศเบาบางกว่าพื้นราบ ควรเดินช้า ๆ พักเป็นระยะ และดื่มน้ำให้เพียงพอ
⭐ เช็กสภาพอากาศและ Webcam ก่อนขึ้น สำคัญมาก เพราะหากเมฆหนาอาจบดบังวิว Aletsch Glacier และเทือกเขา ถึงแม้ด้านล่างจะฟ้าใสก็ตาม
⭐ เตรียม แว่นกันแดด + ครีมกันแดด เพราะแสงสะท้อนจากหิมะบนพื้นที่สูงค่อนข้างแรง
⭐ แม้ไปช่วงฤดูร้อน ก็ควรพกเสื้อกันหนาวและรองเท้าที่เดินบนพื้นหิมะได้ เพราะด้านบนยังมีหิมะและอุณหภูมิต่ำ
⭐ ควรเผื่อเวลาเที่ยวบน Jungfraujoch อย่างน้อย 2–3 ชั่วโมง จะได้เก็บทั้ง Sphinx, Ice Palace, Alpine Sensation และ Glacier Plateau แบบไม่รีบจนเกินไป

