Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 18.00 น.

เปืดบริการจองทัวร์-สอบถาม ออนไลน์ 24 ชั่วโมง

ติดต่อสอบถาม

@tipontriptour

ใบอนุญาตท่องเที่ยว : 11/10168

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

Innsbruck Austria เมืองสวยกลางเทือกเขาแอลป์ เสน่ห์เมืองเก่าที่ผสานธรรมชาติอย่างลงตัว

Innsbruck Austria เมืองสวยกลางเทือกเขาแอลป์ เสน่ห์เมืองเก่าที่ผสานธรรมชาติอย่างลงตัว

13

Aug

ออสเตรเลีย

Innsbruck Austria เมืองสวยกลางเทือกเขาแอลป์ เสน่ห์เมืองเก่าที่ผสานธรรมชาติอย่างลงตัว

หากกำลังมองหาเมืองท่องเที่ยวในออสเตรียที่สามารถสัมผัสทั้ง กลิ่นอายเมืองเก่า พระราชวังสไตล์จักรวรรดิ และวิวเทือกเขาแอลป์ ได้ในทริปเดียว Innsbruck (อินส์บรุค) คือหนึ่งในจุดหมายที่ไม่ควรพลาด
Innsbruck เป็นเมืองหลวงของแคว้นทีโรล (Tyrol) ทางตะวันตกของประเทศออสเตรีย ตั้งอยู่ในหุบเขาแม่น้ำ Inn และมีเทือกเขาแอลป์โอบล้อมอยู่รอบเมือง จึงเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่หาได้ไม่ง่ายจากเมืองอื่น นั่นคือ “เมืองและภูเขาอยู่ใกล้กันในที่เดียว” โดยจากใจกลางเมืองสามารถขึ้นกระเช้าไปยังเทือกเขา Nordkette ได้อย่างรวดเร็ว (อินส์บรูค⁠ )



Innsbruck มีประวัติศาสตร์ยาวนาน โดยมีหลักฐานการก่อตั้งเมืองในปี ค.ศ. 1237 และในอดีตเคยมีความสำคัญในฐานะเมืองบนเส้นทางการค้าระหว่างอิตาลีกับเยอรมนี รวมถึงเคยเป็นเมืองที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์ฮับส์บวร์กอย่างใกล้ชิด (อินส์บรูค⁠ )

ปัจจุบัน Innsbruck กลายเป็นทั้งเมืองแห่งวัฒนธรรม เมืองมหาวิทยาลัย และเมืองกีฬาฤดูหนาวที่สำคัญของออสเตรีย นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมอาคารประวัติศาสตร์ใน Old Town ก่อนเปลี่ยนบรรยากาศไปสัมผัสวิวภูเขาสูงกว่า 2,000 เมตรได้ภายในเวลาไม่นาน

จุดเด่นของ Innsbruck

✨ Old Town Innsbruck

ย่านเมืองเก่าคือหัวใจสำคัญของ Innsbruck เต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่สไตล์บาโรกและรอคโคโค ถนนคนเดิน ร้านค้า และคาเฟ่ โดยมี Golden Roof เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง (อินส์บรูค⁠ )

✨ Golden Roof หรือหลังคาทองคำ

Golden Roof หรือ Goldenes Dachl เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของ Innsbruck สร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1497–1500 ตามพระบัญชาของจักรพรรดิ Maximilian I ตัวหลังคาประดับด้วยแผ่นทองแดงเคลือบทองจำนวน 2,657 แผ่น และตั้งอยู่ใจกลางเมืองเก่า (อินส์บรูค⁠ )

บริเวณนี้เหมาะมากสำหรับการเดินเล่นและถ่ายรูป เพราะรายล้อมด้วยอาคารประวัติศาสตร์สีสันสวยงาม

✨ Nordkette – จากใจกลางเมืองสู่ยอดเขา

อีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ Innsbruck แตกต่างจากเมืองยุโรปทั่วไปคือการเดินทางจากใจกลางเมืองขึ้นสู่ภูเขาได้อย่างสะดวก

นักท่องเที่ยวสามารถใช้ Nordkettenbahnen จากบริเวณเมืองเก่าขึ้นไปยัง Seegrube ที่ระดับประมาณ 2,000 เมตร และเดินทางต่อไปยัง Hafelekar ซึ่งอยู่สูงประมาณ 2,300 เมตร โดยใช้เวลาจากใจกลางเมืองไปถึงพื้นที่ภูเขาประมาณ 30 นาที (อินส์บรูค⁠ )

ช่วงฤดูร้อนเหมาะกับการชมวิวและเดินเขา ส่วนฤดูหนาวสามารถทำกิจกรรมอย่างสกีและสโนว์บอร์ดได้

✨ Imperial Palace Innsbruck

พระราชวังหลวง Innsbruck หรือ Hofburg เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่สะท้อนประวัติศาสตร์ของราชวงศ์ฮับส์บวร์ก ภายในตกแต่งอย่างหรูหรา โดยเฉพาะห้องโถงและห้องรับรองในสไตล์โรโคโค

✨ Court Church

Court Church หรือ Hofkirche เป็นโบสถ์สำคัญในเมืองเก่าที่มีชื่อเสียงจากรูปปั้นบรอนซ์ขนาดใหญ่จำนวนมาก ซึ่งเกี่ยวข้องกับอนุสรณ์ของจักรพรรดิ Maximilian I

✨ Ambras Castle

Ambras Castle ตั้งอยู่บนเนินเขาทางตะวันออกเฉียงใต้ของ Innsbruck เป็นปราสาทเก่าแก่ที่ได้รับการพัฒนาเป็นพระราชวังและพิพิธภัณฑ์ ปัจจุบันถือเป็นสถานที่สำคัญด้านประวัติศาสตร์และศิลปะของเมือง และอยู่ในรายการสถานที่ที่สามารถใช้ Innsbruck Card เข้าชมได้ (อินส์บรูค⁠ )

เวลาเปิด-ปิด และค่าเข้าชม

Innsbruck เป็นเมืองที่สามารถเดินเที่ยวชมพื้นที่สาธารณะและเมืองเก่าได้ฟรี แต่สถานที่ท่องเที่ยวและพิพิธภัณฑ์แต่ละแห่งจะมีเวลาเปิด-ปิดและค่าเข้าชมแตกต่างกัน

ตัวอย่างสถานที่สำคัญ ได้แก่

* Golden Roof – สามารถชมด้านนอกได้ฟรี ส่วนการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ Golden Roof มีค่าเข้าชม และเปิดประมาณ 10.00–17.00 น. โดยช่วงเดือนตุลาคม–เมษายนจะปิดวันจันทร์ (อินส์บรูค⁠ )
* City Tower (Stadtturm) – ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ประมาณ 4.50 ยูโร เปิดทุกวันประมาณ 10.00–17.00 น. และช่วงเดือนมิถุนายน–กันยายนเปิดถึง 20.00 น. (อินส์บรูค⁠ )
* Nordkette – ค่าโดยสารกระเช้าแตกต่างกันตามเส้นทางและประเภทบัตร
* Imperial Palace, Court Church และ Ambras Castle – มีค่าเข้าชมตามอัตราของแต่ละสถานที่ และหลายแห่งรวมอยู่ใน Innsbruck Card (อินส์บรูค⁠ )

 ทริกเรื่อง Innsbruck Card

หากมีแผนเที่ยวหลายสถานที่และขึ้นกระเช้า Nordkette การซื้อ Innsbruck Card อาจช่วยให้คุ้มค่ามากขึ้น เพราะบัตรมีอายุ 24, 48 หรือ 72 ชั่วโมง และรวมสถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงระบบขนส่งและรถไฟภูเขาหลายรายการตามเงื่อนไขของบัตร (อินส์บรูค⁠ )

หมายเหตุ: ราคาและเวลาเปิด-ปิดอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทาง

วิธีการเดินทางไป Innsbruck

 เดินทางด้วยรถไฟ

รถไฟเป็นหนึ่งในวิธีที่สะดวกที่สุดในการเดินทางมายัง Innsbruck เพราะเมืองมีสถานีรถไฟหลัก Innsbruck Hauptbahnhof และมีรถไฟเชื่อมต่อกับเมืองสำคัญของออสเตรีย รวมถึงเยอรมนี อิตาลี และสวิตเซอร์แลนด์ (อินส์บรูค⁠ )

หากเดินทางมาจากเมืองอื่นในยุโรป สามารถวางเส้นทางผ่านเมืองใหญ่ เช่น Vienna, Salzburg, Munich หรือ Zurich แล้วต่อรถไฟมายัง Innsbruck ได้

 เดินทางด้วยเครื่องบิน

Innsbruck Airport (INN) เป็นสนามบินหลักของเมือง จากสนามบินสามารถนั่งรถบัสสาย F เข้าเมือง ใช้เวลาประมาณ 12 นาที ตามข้อมูลการท่องเที่ยวของเมือง (อินส์บรูค⁠ )

 เดินทางด้วยรถยนต์

สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางแบบ Road Trip สามารถขับรถมายัง Innsbruck ผ่านเครือข่ายถนนและทางหลวงของออสเตรียได้ แต่ควรตรวจสอบเรื่อง Vignette หรือค่าธรรมเนียมทางด่วนของออสเตรีย รวมถึงกฎการขับรถและที่จอดรถก่อนเดินทาง

ช่วงเวลาท่องเที่ยวแนะนำ

 ฤดูใบไม้ผลิ – มีนาคมถึงพฤษภาคม

อากาศเริ่มอุ่นขึ้น ธรรมชาติเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียว เหมาะสำหรับเดินเที่ยวเมืองเก่าและชมวิวภูเขา หากขึ้นพื้นที่สูงยังสามารถพบหิมะได้ในบางช่วง

 ฤดูร้อน – มิถุนายนถึงสิงหาคม

เป็นช่วงที่เหมาะสำหรับการเที่ยวชมเมือง เดินเขา ปั่นจักรยาน และขึ้น Nordkette เพื่อชมวิวเทือกเขาแอลป์ ท้องฟ้าและธรรมชาติมีโอกาสสวยสดใส เหมาะกับการถ่ายรูปมาก

 ฤดูใบไม้ร่วง – กันยายนถึงตุลาคม

อากาศเย็นสบายกว่าในช่วงฤดูร้อน นักท่องเที่ยวลดลง และภูเขาโดยรอบเริ่มมีสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี เหมาะกับคนที่ต้องการบรรยากาศสงบ

 ฤดูหนาว – พฤศจิกายนถึงมีนาคม

Innsbruck จะกลายเป็นเมืองแห่งหิมะและกีฬาฤดูหนาว โดยเฉพาะบริเวณ Nordkette และพื้นที่สกีโดยรอบ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศเมืองยุโรปในฤดูหนาว รวมถึงตลาดคริสต์มาสในช่วงปลายปี

แนะนำที่สุด: หากต้องการเที่ยวทั้งเมืองเก่าและขึ้นเขาเพื่อชมวิวแบบเต็มที่ แนะนำช่วง มิถุนายน–กันยายน ส่วนใครอยากสัมผัส Innsbruck ในบรรยากาศหิมะและตลาดคริสต์มาส แนะนำช่วง ปลายพฤศจิกายน–ธันวาคม

จำนวนผู้เข้าชม 18 ครั้ง