Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00-19.00

เปิดบริการจองทัวร์-สอบถาม ออนไลน์ 24 ชั่วโมง

ติดต่อสอบถาม

@tipontriptour

ใบอนุญาตท่องเที่ยว : 11/10168

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

Búðir Black Church โบสถ์สีดำกลางธรรมชาติ แลนด์มาร์กสุดลึกลับแห่งไอซ์แลนด์

Búðir Black Church โบสถ์สีดำกลางธรรมชาติ แลนด์มาร์กสุดลึกลับแห่งไอซ์แลนด์

02

Sep

ไอซ์แลนด์

Búðir Black Church โบสถ์สีดำกลางธรรมชาติ แลนด์มาร์กสุดลึกลับแห่งไอซ์แลนด์

เที่ยว Búðir Black Church (Búðakirkja) โบสถ์ไม้สีดำชื่อดังแห่งไอซ์แลนด์ แลนด์มาร์กสุดลึกลับบนคาบสมุทร Snæfellsnes ท่ามกลางทุ่งลาวา ภูเขา และหิมะ พร้อมประวัติ จุดถ่ายรูป วิธีเดินทาง ช่วงเวลาท่องเที่ยว และเกร็ดที่ควรรู้ก่อนเดินทาง

ท่ามกลางทุ่งลาวาสีดำ ภูเขาสูง และธรรมชาติอันเวิ้งว้างของไอซ์แลนด์ มีโบสถ์ไม้สีดำหลังเล็ก ๆ ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวราวกับฉากในภาพยนตร์

ที่นี่คือ Búðir Black Church หรือ Búðakirkja หนึ่งในโบสถ์ที่มีชื่อเสียงและถูกถ่ายภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของไอซ์แลนด์

ความพิเศษของที่นี่ไม่ได้อยู่ที่ความยิ่งใหญ่ เพราะตัวโบสถ์มีขนาดเล็กและเรียบง่ายมาก แต่กลับโดดเด่นด้วยสีดำสนิทที่ตัดกับธรรมชาติรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นทุ่งหญ้าสีเขียวในฤดูร้อน ท้องฟ้าสีหม่น ทุ่งลาวา หรือหิมะสีขาวในฤดูหนาว จึงกลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่สายถ่ายรูปและคนที่เดินทางเที่ยว คาบสมุทรสไนล์แฟลซเนส (Snæfellsnes Peninsula) ไม่ควรพลาด

จุดเด่นของ Búðir Black Church

โบสถ์ไม้สีดำกลางธรรมชาติ

สิ่งแรกที่ทำให้ Búðakirkja แตกต่างจากโบสถ์ทั่วไปก็คือ ตัวอาคารไม้สีดำ

รูปทรงของโบสถ์ไม่ได้ซับซ้อน แต่ความมินิมอลของอาคารสีดำกับกรอบประตูและหน้าต่างสีขาว ทำให้โดดเด่นมากเมื่ออยู่ท่ามกลางภูมิประเทศแบบไอซ์แลนด์

ยิ่งในวันที่ท้องฟ้ามีเมฆมาก จะได้ภาพอารมณ์ดาร์ก ลึกลับ และโรแมนติกไปพร้อมกัน

Búðahraun Lava Field ทุ่งลาวารอบโบสถ์

บริเวณรอบ Búðir เต็มไปด้วย Búðahraun Lava Field ทุ่งลาวาเก่าแก่ที่ทอดตัวไปตามพื้นที่ชายฝั่ง

หินลาวาสีดำถูกปกคลุมด้วยมอสและพืชพรรณ ทำให้ภูมิประเทศบริเวณนี้มีเอกลักษณ์มาก

เมื่อโบสถ์สีดำตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งลาวา จึงยิ่งทำให้ภาพของ Búðakirkja ดูโดดเดี่ยวและมีเสน่ห์แบบที่หาได้ยากจากสถานที่อื่น

วิว Snæfellsjökull Glacier

ในวันที่อากาศเปิด จากบริเวณ Búðir สามารถมองเห็น Snæfellsjökull ภูเขาไฟที่ปกคลุมด้วยธารน้ำแข็ง ซึ่งเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของคาบสมุทร Snæfellsnes

ทำให้บางมุมสามารถถ่ายภาพโบสถ์สีดำ โดยมีภูเขาและธารน้ำแข็งเป็นฉากหลังได้

Búðakirkja ในฤดูหนาว

ถ้าอยากเห็น Búðir Black Church ในบรรยากาศที่เหมือนหลุดออกมาจากนิยาย แนะนำ ฤดูหนาว

เมื่อหิมะสีขาวปกคลุมพื้นรอบ ๆ ตัวโบสถ์สีดำจะยิ่งโดดเด่นขึ้นทันที

โบสถ์สีดำ
หิมะสีขาว
ภูเขาที่อยู่ด้านหลัง
ท้องฟ้าสีหม่นของไอซ์แลนด์

เป็นองค์ประกอบที่เรียบง่าย แต่กลับให้ภาพที่สวยและมีเอกลักษณ์มาก

และหากสภาพอากาศเอื้ออำนวย ฤดูหนาวของไอซ์แลนด์ยังเป็นช่วงที่สามารถออกตามล่า แสงเหนือ (Northern Lights) ได้อีกด้วย


เวลาเปิด–ปิด / ค่าเข้าชม

บริเวณ Búðakirkja และพื้นที่โดยรอบ

สามารถเดินทางมาเที่ยวชมบริเวณด้านนอกได้ตลอดปี

ไม่มีค่าเข้าชมบริเวณภายนอก

สำหรับการเข้าชมภายใน ไม่มีเวลาเปิดให้บุคคลทั่วไปแบบประจำ ควรตรวจสอบหรือติดต่อโบสถ์ก่อนเดินทาง

วิธีการเดินทาง

Búðir Black Church ตั้งอยู่บริเวณตอนใต้ของ Snæfellsnes Peninsula ทางตะวันตกของประเทศไอซ์แลนด์

จาก Reykjavík

การขับรถเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2–2.5 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเส้นทาง สภาพอากาศ และสภาพถนน

จึงสามารถจัด Búðakirkja รวมอยู่ในทริปเที่ยว Snæfellsnes Peninsula แบบเต็มวันได้

⚠️ หากเดินทางช่วงฤดูหนาว ควรตรวจสอบสภาพถนน ลม และพยากรณ์อากาศก่อนออกเดินทางทุกครั้ง เพราะสภาพอากาศของไอซ์แลนด์สามารถเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว

ทำไม Búðir Black Church ถึงควรไปสักครั้ง?

เพราะความสวยของที่นี่ไม่ได้เกิดจากสิ่งปลูกสร้างที่อลังการ

แต่เกิดจาก “ความเรียบง่ายท่ามกลางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่”

โบสถ์ไม้สีดำหลังเล็กตั้งอยู่เพียงลำพัง ท่ามกลางทุ่งลาวา ภูเขา ทะเล และท้องฟ้าที่เปลี่ยนอารมณ์ไปตามสภาพอากาศ

ฤดูร้อนให้ภาพสีเขียวสด
ฤดูหนาวกลายเป็นโลกสีขาว
วันฟ้าครึ้มดูลึกลับ
และวันที่อากาศเปิดก็สามารถมองเห็น Snæfellsjökull อยู่ไกลออกไป

จึงไม่น่าแปลกใจที่โบสถ์เล็ก ๆ หลังนี้จะกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของ Snæfellsnes Peninsula และเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่สายถ่ายรูปควรได้มาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง

จำนวนผู้เข้าชม 8 ครั้ง