
08
Sep
ญี่ปุ่น
วัดโชรินซัง ดารุมะจิ ต้นกำเนิดตุ๊กตาดารุมะแห่งเมืองทาคาซากิ
ถ้าเคยไปญี่ปุ่น หลายคนน่าจะคุ้นตากับ “ดารุมะ” (Daruma) ตุ๊กตาทรงกลมสีแดง หน้าตาดุดันเล็ก ๆ และมีดวงตาสีขาวที่ยังไม่ได้แต้มสี ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องรางแห่งความโชคดีและความมุ่งมั่นที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น แต่รู้หรือไม่ว่า หนึ่งในสถานที่ที่เชื่อมโยงกับต้นกำเนิดของดารุมะญี่ปุ่นก็คือ วัดโชรินซัง ดารุมะจิ (Shorinzan Darumaji Temple / 少林山達磨寺) ในเมืองทาคาซากิ จังหวัดกุนมะ
วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1697 และเมืองทาคาซากิเองก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นบ้านเกิดของ Takasaki Daruma ตุ๊กตาดารุมะที่ภายหลังกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีที่รู้จักกันทั่วประเทศญี่ปุ่น
ทันทีที่เดินเข้าไปในบริเวณวัด สิ่งที่สะดุดตาที่สุดก็คือ ตุ๊กตาดารุมะจำนวนมาก ทั้งสีแดง สีทอง สีขาว และสีอื่น ๆ วางเรียงและกองอยู่ตามจุดต่าง ๆ รอบวัด เกิดเป็นภาพที่ทั้งแปลกตาและมีเอกลักษณ์จนกลายเป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปยอดนิยมของจังหวัดกุนมะ
สำหรับใครที่อยากขอพรเรื่องความสำเร็จ ตั้งเป้าหมายใหม่ให้กับชีวิต หรือกำลังมองหาสถานที่ญี่ปุ่นที่มีเรื่องราวแตกต่างจากวัดทั่วไป วัดโชรินซังถือเป็นอีกหนึ่งพิกัดที่น่าสนใจมาก
จุดเด่นของวัดโชรินซัง ดารุมะจิ
ดินแดนแห่งตุ๊กตาดารุมะ
เอกลักษณ์ที่ทำให้วัดแห่งนี้แตกต่างจากวัดอื่นอย่างชัดเจน คือการได้เห็น ดารุมะหลากหลายขนาดวางอยู่ทั่วบริเวณวัด
ตั้งแต่ตัวเล็กขนาดวางบนฝ่ามือ ไปจนถึงดารุมะขนาดใหญ่ บางจุดจะเห็นดารุมะสีแดงจำนวนมากวางเรียงรายอยู่หน้าศาลา กลายเป็นภาพจำของ Shorinzan Darumaji ที่นักท่องเที่ยวมักตามมาถ่ายรูปกัน
ขอพรด้วยการแต้มตาดารุมะ
หนึ่งในธรรมเนียมที่มีชื่อเสียงของดารุมะ คือเมื่อซื้อดารุมะมาแล้ว ดวงตาทั้งสองข้างจะยังเว้นว่างเอาไว้
ตามธรรมเนียม ผู้ขอพรจะตั้งเป้าหมายหรืออธิษฐาน แล้ว แต้มตาข้างซ้ายของดารุมะก่อน 1 ข้าง จากนั้นนำกลับไปวางไว้ในสถานที่ที่มองเห็นได้ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้พยายามทำเป้าหมายให้สำเร็จ
เมื่อความปรารถนาหรือเป้าหมายนั้นสำเร็จแล้ว จึงค่อย แต้มตาอีกข้างหนึ่งให้ครบทั้งสองข้าง
ดังนั้นดารุมะจึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องรางนำโชค แต่ยังสื่อถึง ความมุ่งมั่น ความอดทน และการไม่ยอมแพ้ต่อเป้าหมาย
ต้นกำเนิด Takasaki Daruma
ดารุมะของทาคาซากิมีประวัติการผลิตยาวนานกว่า 200 ปี และมีทฤษฎีหนึ่งเล่าว่า หลังเกิดภาวะอดอยาก พระในวัดโชรินซังได้สร้างแม่พิมพ์ตุ๊กตาดารุมะขึ้น เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่สามารถนำไปผลิตและขายเป็นรายได้เสริม
รูปร่างกลมและมีฐานถ่วงน้ำหนักของดารุมะทำให้เมื่อล้มแล้วสามารถตั้งกลับขึ้นมาได้ จึงเกิดความหมายที่สอดคล้องกับสุภาษิตญี่ปุ่น
“ล้มเจ็ดครั้ง ลุกแปดครั้ง” — 七転び八起き (Nanakorobi Yaoki)
สื่อถึงการไม่ยอมแพ้ ไม่ว่าจะล้มเหลวกี่ครั้งก็สามารถลุกขึ้นมาเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ
จุดถ่ายรูปที่มีเอกลักษณ์มาก
มุมยอดนิยมคือบริเวณที่มี ดารุมะสีแดงเรียงรายอยู่กับอาคารวัดแบบญี่ปุ่น เพราะสีแดงสดของตุ๊กตาตัดกับสีไม้และธรรมชาติรอบวัดอย่างสวยงาม
นอกจากนี้ บริเวณวัดยังตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่สีเขียวและเนินเขา ทำให้บรรยากาศค่อนข้างสงบ เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสญี่ปุ่นในมุมที่ไม่วุ่นวายเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวกลางเมือง

ดารุมะแต่ละสี หมายถึงอะไร?
แม้ สีแดง จะเป็นสีดั้งเดิมและพบเห็นได้มากที่สุด แต่ปัจจุบันดารุมะมีหลายสี และมักถูกนำมาเชื่อมโยงกับคำอธิษฐานแตกต่างกัน เช่น
???? สีแดง — โชคลาภและความเป็นสิริมงคลโดยรวม
???? สีทอง / สีเหลือง — เงินทองและความมั่งคั่ง
⚫ สีดำ — ความสำเร็จทางธุรกิจ
???? สีเขียว — ความเข้มแข็งและความมุ่งมั่น
???? สีฟ้า / น้ำเงิน — ชัยชนะในการแข่งขัน
???? สีชมพู — ความรัก
อย่างไรก็ตาม ความหมายของสีอาจแตกต่างกันไปตามผู้ผลิตและท้องถิ่น จึงไม่ถือว่าเป็นกฎตายตัว
อีกหนึ่งรายละเอียดที่น่าสนใจของ Takasaki Daruma คือใบหน้าที่ซ่อนสัญลักษณ์แห่งอายุยืนเอาไว้ โดย คิ้วถูกวาดให้มีลักษณะคล้ายนกกระเรียน ส่วนหนวดมีลักษณะคล้ายเต่า ซึ่งทั้งสองเป็นสัตว์มงคลที่สื่อถึงอายุยืนในวัฒนธรรมญี่ปุ่น



เวลาเปิด–ปิด และค่าเข้าชม
ชื่อ: Shorinzan Darumaji Temple
ภาษาญี่ปุ่น: 少林山達磨寺
ที่อยู่: 296 Hanadakamachi, Takasaki, Gunma, Japan
เวลาเปิด: 09.00–17.00 น.
ค่าเข้าชม: ฟรี
นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมบริเวณวัดและถ่ายรูปได้โดยไม่เสียค่าเข้าชม
อย่างไรก็ตาม หากเดินทางในช่วงเทศกาลสำคัญ โดยเฉพาะช่วงต้นเดือนมกราคม ควรเผื่อเวลาไว้มากกว่าปกติ เพราะเป็นช่วงที่ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากเดินทางมาขอพรและนำดารุมะกลับมาที่วัด

วิธีเดินทางไปวัดโชรินซัง ดารุมะจิ
จากโตเกียว
สามารถนั่ง Joetsu Shinkansen หรือ Hokuriku Shinkansen จาก Tokyo Station มายัง Takasaki Station ใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง
จาก Takasaki Station สามารถเดินทางต่อได้หลายวิธี
รถบัส
ออกจากทางออก West Exit ของ Takasaki Station แล้วขึ้นรถบัส Gunma Bus สาย Shorinzan จากป้ายหมายเลข 4 ไปลงที่ Shorinzan Iriguchi ใช้เวลาประมาณ 20 นาที จากนั้นเดินต่อประมาณ 5 นาที ก็ถึงวัดรถไฟ + เดิน
สามารถนั่งรถไฟไปลงที่ Gunma-Yawata Station แล้วเดินต่อประมาณ 15 นาทีแท็กซี่ / รถยนต์
เหมาะสำหรับคนที่เดินทางเป็นครอบครัวหรือมีผู้สูงอายุ เพราะสะดวกกว่าและไม่ต้องรอรอบรถบัสสำหรับคนที่พักโตเกียว สามารถจัดวัดโชรินซังเป็น Day Trip จากโตเกียว ได้สบาย เพราะการเดินทางด้วยชินคันเซ็นจากโตเกียวมาถึงทาคาซากิใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง

ช่วงเวลาท่องเที่ยวแนะนำ
มีนาคม–เมษายน
ฤดูใบไม้ผลิอากาศกำลังสบาย เหมาะกับการเดินชมบริเวณวัดและเที่ยวสถานที่อื่น ๆ รอบเมืองทาคาซากิต่อ
พฤษภาคม–กันยายน
บรรยากาศรอบวัดเต็มไปด้วยความเขียวขจี เหมาะกับคนที่ชอบภาพวัดญี่ปุ่นท่ามกลางธรรมชาติ แต่ช่วงกลางฤดูร้อนอากาศอาจค่อนข้างร้อน
ตุลาคม–พฤศจิกายน
เป็นอีกช่วงที่แนะนำสำหรับสายถ่ายรูป เพราะต้นไม้บริเวณวัดเริ่มเปลี่ยนสี ทำให้ ดารุมะสีแดง + อาคารวัด + ใบไม้เปลี่ยนสี อยู่ในภาพเดียวกันได้อย่างสวยงาม
มกราคม — ช่วงพิเศษที่สุดสำหรับคนรักดารุมะ
หากอยากสัมผัสวัฒนธรรมดารุมะแบบเต็ม ๆ ให้เล็งช่วง 6–7 มกราคม เพราะเป็นช่วงจัดงานประจำปี Shorinzan Nanakusa Taisai Daruma Market Festival (少林山七草大祭だるま市)
ผู้คนจะเดินทางมาเลือกซื้อดารุมะสำหรับตั้งเป้าหมายและขอพรในปีใหม่ รวมถึงนำดารุมะเก่ากลับมาเพื่อประกอบพิธีตามธรรมเนียม
จึงเป็นช่วงที่บรรยากาศคึกคักและแตกต่างจากวันธรรมดาอย่างชัดเจน
เกร็ดความรู้
อย่ารีบแต้มตาดารุมะครบสองข้าง
ถ้าต้องการทำตามธรรมเนียม ให้ตั้งเป้าหมายแล้วแต้มตาซ้ายก่อน เมื่อเป้าหมายสำเร็จจึงค่อยแต้มตาอีกข้าง
ดารุมะไม่ได้หมายถึง “นั่งรอโชค”
ความหมายที่แท้จริงเกี่ยวข้องกับความพยายามและความมุ่งมั่น ดารุมะจึงเหมาะมากสำหรับการขอพรเรื่องการเรียน การทำงาน ธุรกิจ หรือเป้าหมายสำคัญในชีวิต
สายถ่ายรูปควรมาเช้า
ช่วงเช้าคนมักไม่หนาแน่นเท่าช่วงกลางวัน ทำให้ถ่ายภาพบริเวณดารุมะและอาคารวัดได้ง่ายกว่า
เตรียมรองเท้าเดินสบาย ๆ
บริเวณวัดมีบันไดและพื้นที่ต่างระดับอยู่พอสมควร หากตั้งใจเดินชมทั่ววัดควรเลือกรองเท้าที่เดินสะดวก
ต้นเดือนมกราคมคนเยอะกว่าปกติ
โดยเฉพาะวันที่ 6–7 มกราคม ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลดารุมะ หากเน้นถ่ายรูปเงียบ ๆ ควรเลือกวันธรรมดาช่วงอื่น แต่ถ้าอยากสัมผัสวัฒนธรรมดารุมะจริง ๆ ช่วงเทศกาลถือว่าน่าไปมาก
ดารุมะเก่าไม่ได้ทิ้งลงถังขยะธรรมดาตามธรรมเนียม
เมื่อครบปี ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากจะนำดารุมะกลับมายังวัดหรือสถานที่ประกอบพิธี เพื่อขอบคุณสำหรับปีที่ผ่านมา ก่อนจะนำไปเผาตามพิธีกรรม แล้วจึงเลือกดารุมะตัวใหม่สำหรับเป้าหมายในปีถัดไป



