Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00-19.00

เปิดบริการจองทัวร์-สอบถาม ออนไลน์ 24 ชั่วโมง

ติดต่อสอบถาม

@tipontriptour

ใบอนุญาตท่องเที่ยว : 11/10168

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

ปราสาทโอซาก้า Osaka Castle แลนด์มาร์กแห่งประวัติศาสตร์ใจกลางโอซาก้า

ปราสาทโอซาก้า Osaka Castle แลนด์มาร์กแห่งประวัติศาสตร์ใจกลางโอซาก้า

09

Sep

ญี่ปุ่น

ปราสาทโอซาก้า Osaka Castle แลนด์มาร์กแห่งประวัติศาสตร์ใจกลางโอซาก้า

ถ้าพูดถึงแลนด์มาร์กของ โอซาก้า (Osaka) นอกจากป้ายกูลิโกะแห่งโดทงโบริและสวนสนุก Universal Studios Japan แล้ว อีกหนึ่งสถานที่ที่แทบจะกลายเป็นภาพจำของเมืองนี้ก็คือ ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle / 大阪城) ปราสาทญี่ปุ่นขนาดใหญ่ที่ตั้งโดดเด่นอยู่ท่ามกลางพื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง

ปราสาทโอซาก้าเริ่มสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1583 ตามคำสั่งของ โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyoshi) หนึ่งในบุคคลสำคัญที่มีบทบาทในการรวมญี่ปุ่นให้เป็นหนึ่งเดียวในช่วงปลายยุคเซ็นโกคุ โดยฮิเดโยชิตั้งใจให้ปราสาทแห่งนี้เป็นทั้งศูนย์กลางอำนาจและสัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ของตระกูลโทโยโทมิ

ตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา ปราสาทโอซาก้าต้องเผชิญทั้งสงคราม ไฟไหม้ และความเสียหายหลายครั้ง ตัวหอคอยปราสาทที่เราเห็นในปัจจุบันจึงไม่ใช่อาคารดั้งเดิมจากสมัยฮิเดโยชิ แต่เป็นอาคารที่สร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1931 และได้รับการบูรณะครั้งใหญ่อีกครั้งในช่วงทศวรรษ 1990

แม้ภายนอกจะยังคงรูปลักษณ์ของปราสาทญี่ปุ่นอันสง่างาม แต่ภายในปัจจุบันถูกพัฒนาเป็น พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ ที่บอกเล่าเรื่องราวของปราสาท โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ และเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์โอซาก้า

จึงไม่แปลกที่ปราสาทโอซาก้าจะเป็นสถานที่ที่รวมทั้ง ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม ธรรมชาติ และวิวเมือง เอาไว้ในจุดเดียว

จุดเด่นของปราสาทโอซาก้า

หอคอยปราสาทสีขาว หลังคาสีเขียว และลวดลายสีทอง

เอกลักษณ์ที่ทำให้ปราสาทโอซาก้าจดจำได้ทันทีคือ ผนังสีขาวตัดกับหลังคาสีเขียวอมฟ้า พร้อมรายละเอียดตกแต่งสีทองที่โดดเด่น

หนึ่งในสัญลักษณ์ที่สังเกตได้ง่ายคือ ชาจิโฮโกะ (Shachihoko) สัตว์ในตำนานที่มีหัวคล้ายเสือและลำตัวคล้ายปลา ประดับอยู่บนหลังคาปราสาท และเชื่อมโยงกับความเชื่อเรื่องการป้องกันไฟ

เมื่อมองจากบริเวณสวนด้านล่าง ตัวปราสาทจะตั้งตระหง่านอยู่เหนือกำแพงหินขนาดใหญ่ กลายเป็นหนึ่งในมุมถ่ายภาพยอดนิยมของโอซาก้า

กำแพงหินขนาดมหึมา

อย่าเพิ่งรีบเดินตรงเข้าหอคอย เพราะ กำแพงหินและคูน้ำรอบปราสาท ก็เป็นอีกส่วนที่น่าสนใจมาก

ภายในกำแพงมีหินขนาดมหึมาหลายก้อน โดยเฉพาะ Takoishi หรือ Octopus Stone ซึ่งเป็นหินก้อนใหญ่ที่สุดในกำแพงปราสาทโอซาก้า มีพื้นที่ผิวประมาณ 59.43 ตารางเมตร

ขนาดของหินเหล่านี้สะท้อนถึงเทคนิคการก่อสร้างและอำนาจของเหล่าไดเมียวในยุคนั้นได้อย่างชัดเจน

ด้านในเป็นพิพิธภัณฑ์

ต่างจากปราสาทญี่ปุ่นบางแห่งที่ยังคงโครงสร้างไม้แบบดั้งเดิม ภายในหอคอยหลักของปราสาทโอซาก้าได้รับการปรับเป็นพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่

ภายในมีนิทรรศการเกี่ยวกับ Toyotomi Hideyoshi ประวัติปราสาทโอซาก้า และสงคราม Siege of Osaka รวมถึงวัตถุทางประวัติศาสตร์ แบบจำลอง และสื่อจัดแสดงต่าง ๆ

ดังนั้นคนที่ชอบประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นควรเผื่อเวลาเข้าไปชมด้านในด้วย

จุดชมวิวบนยอดปราสาท

เมื่อขึ้นไปถึงชั้นบนสุด จะพบกับ จุดชมวิวเหนือพื้นดินประมาณ 50 เมตร สามารถมองเห็น Osaka Castle Park และตึกสูงของโอซาก้าที่รายล้อมอยู่รอบ ๆ แบบ 360 องศา

จุดนี้ทำให้เห็นความแตกต่างที่น่าสนใจมาก ระหว่าง ปราสาทญี่ปุ่นที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกับมหานครสมัยใหม่ที่อยู่รอบตัว

Osaka Castle Park อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรมองข้าม

ปราสาทโอซาก้าตั้งอยู่ภายใน Osaka Castle Park (大阪城公園) สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ประมาณ 105.6 เฮกตาร์

ดังนั้นถึงแม้ไม่ซื้อบัตรเข้าหอคอยปราสาท ก็ยังสามารถเดินเล่นรอบสวน ชมตัวปราสาทจากภายนอก และถ่ายรูปได้

ภายในสวนมีทั้งสนามหญ้า แนวต้นไม้ ศาลเจ้า อาคารประวัติศาสตร์ และพื้นที่พักผ่อนหลายแห่ง

โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิ Osaka Castle Park จะกลายเป็นหนึ่งในจุดชม ซากุระ ยอดนิยมของเมือง ส่วนบริเวณ Nishinomaru Garden มีต้นซากุระจำนวนมากและสามารถมองเห็นหอคอยปราสาทเป็นฉากหลังได้อย่างสวยงาม

เวลาเปิด–ปิด และค่าเข้าชม

เวลาเปิด: 09.00–18.00 น.
เข้าชมรอบสุดท้าย: 17.30 น.

ค่าเข้าชมผู้ใหญ่: 1,200 เยน

นักเรียนมัธยมปลายและอายุต่ำกว่า: ฟรี โดยอาจต้องแสดงหลักฐานยืนยันอายุหรือสถานะนักเรียน

สำหรับบริเวณ Osaka Castle Park สามารถเดินเที่ยวได้ฟรี แต่สถานที่หรือสวนบางส่วนภายในพื้นที่ เช่น Nishinomaru Garden อาจมีเวลาเปิด–ปิดและค่าเข้าชมแยกต่างหาก

หมายเหตุ: ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2025 ค่าเข้าชม Osaka Castle Museum ได้ปรับจากเดิม 600 เยนเป็น 1,200 เยนสำหรับผู้ใหญ่ ดังนั้นใครเจอบทความเก่าที่ยังระบุราคา 600 เยน ควรตรวจสอบข้อมูลใหม่ก่อนเดินทาง

วิธีเดินทางไปปราสาทโอซาก้า

ข้อดีของปราสาทโอซาก้าคืออยู่ใจกลางเมืองและเดินทางด้วยรถไฟได้หลายสาย เพราะพื้นที่ Osaka Castle Park มีขนาดใหญ่มาก จึงเลือกสถานีตามจุดที่ต้องการเข้าได้

Osaka Metro

สามารถลงที่

Tanimachi 4-chome Station
สาย Tanimachi Line หรือ Chuo Line

หรือ

Morinomiya Station
สาย Chuo Line หรือ Nagahori Tsurumi-ryokuchi Line

จากนั้นเดินเข้าสู่บริเวณสวนและต่อไปยังหอคอยปราสาท

JR

สามารถลงที่ Osakajokoen Station บน JR Osaka Loop Line ซึ่งเป็นอีกสถานียอดนิยม โดยเฉพาะคนที่เดินทางมาจาก Osaka Station

อีกตัวเลือกคือ Morinomiya Station ซึ่งมีทั้ง JR Osaka Loop Line และ Osaka Metro

ควรเผื่อเวลาเดินจากสถานีไปถึงหอคอยหลักประมาณ 15–20 นาที เพราะตัวปราสาทตั้งอยู่ค่อนข้างลึกเข้าไปภายในสวน

ปราสาทโอซาก้าเที่ยวเดือนไหนสวย?

ปลายมีนาคม–ต้นเมษายน

ถือเป็นหนึ่งในช่วงที่สวยและได้รับความนิยมที่สุด เพราะต้นซากุระรอบ Osaka Castle Park จะเริ่มผลิบาน

ภาพของ ปราสาทโอซาก้า + ซากุระสีชมพู ถือเป็นหนึ่งในภาพคลาสสิกของการเที่ยวญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้ผลิ

แต่ช่วง Full Bloom คนจะเยอะมาก หากอยากถ่ายรูปง่ายขึ้นแนะนำให้เดินทางมาแต่เช้า

พฤษภาคม–กันยายน

ต้นไม้รอบสวนเขียวสด ตัวปราสาทสีขาวจะตัดกับธรรมชาติได้อย่างสวยงาม แต่ช่วงกรกฎาคม–สิงหาคมอากาศโอซาก้าค่อนข้างร้อนและชื้น ควรเตรียมน้ำดื่มและอุปกรณ์กันแดด

พฤศจิกายน–ต้นธันวาคม

เหมาะกับการชม ใบไม้เปลี่ยนสี โดยเฉพาะต้นแปะก๊วยที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองและต้นไม้สีแดงรอบสวน

ธันวาคม–กุมภาพันธ์

นักท่องเที่ยวอาจน้อยกว่าฤดูซากุระ อากาศหนาวแต่เดินเที่ยวได้สบายในวันที่ท้องฟ้าเปิด และมีโอกาสได้ภาพปราสาทแบบคนไม่แน่นเท่าช่วงไฮซีซัน

เกร็ดความรู้

อยากได้รูปสวย ไม่จำเป็นต้องรีบเข้าตัวปราสาท
มุมสวยจำนวนมากอยู่ด้านนอก โดยเฉพาะบริเวณคูน้ำ สะพาน กำแพงหิน และสวนที่สามารถถ่ายตัวปราสาทได้เต็มหลัง

ช่วงซากุระควรมาเช้า
ถ้าอยากได้ภาพปราสาทกับซากุระโดยไม่ติดคนจำนวนมาก ช่วงเช้าจะเหมาะกว่ากลางวันและช่วงบ่าย

เตรียมรองเท้าเดินดี ๆ
พื้นที่สวนกว้างมาก และจากสถานีรถไฟไปยังตัวปราสาทต้องเดินพอสมควร วันหนึ่งสามารถเดินหลายกิโลเมตรได้แบบไม่รู้ตัว

ภายในมีลิฟต์ แต่บางช่วงอาจต้องใช้บันได
ช่วงที่นักท่องเที่ยวเยอะอาจต้องรอลิฟต์ และเส้นทางชมบางส่วนมีการจัดทิศทางการเดิน ควรเผื่อเวลาหากเดินทางพร้อมผู้สูงอายุ

ตัวหอคอยที่เห็นในปัจจุบันไม่ใช่ของดั้งเดิมปี 1583
ปราสาทผ่านการทำลายและสร้างใหม่หลายครั้ง ส่วนหอคอยปัจจุบันสร้างขึ้นในปี 1931 จึงควรมองที่นี่ในฐานะทั้งแลนด์มาร์กทางประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ ไม่ใช่ปราสาทไม้ดั้งเดิมที่คงสภาพมาจากยุคซามูไร

เดินสวนฟรี แต่ขึ้นปราสาทเสียเงิน
ถ้ามีเวลาน้อยหรือไม่ได้สนใจพิพิธภัณฑ์ สามารถมาเดิน Osaka Castle Park และถ่ายรูปปราสาทจากภายนอกได้โดยไม่ต้องซื้อตั๋วเข้าหอคอย

ถ้าอยากเห็นปราสาทญี่ปุ่นที่ยังคงโครงสร้างดั้งเดิม
สามารถลองเที่ยวปราสาทฮิเมจิ ซึ่งเดินทางจากโอซาก้าได้ไม่ยาก และให้ประสบการณ์แตกต่างจาก Osaka Castle อย่างชัดเจน

จำนวนผู้เข้าชม 17 ครั้ง