
22
Jul
จีน
รีวิวเที่ยวเฉิงตูคนเดียว ตามแพลนทัวร์ เช็กอินภูเขาหิมะวาวู่ แพนด้ายักษ์ IFS และแลนด์มาร์กห้ามพลาด
ONE OF MY FAVORITES : CHENGDU, CHINA รีวิวเที่ยวเฉิงตูคนเดียว ตามแพลนทัวร์ 4 วัน 2 คืน เช็กอินภูเขาหิมะวาวู่ แพนด้ายักษ์ตึก IFS ถนนคนเดินไท่กู๋หลี่ น้ำพุไม้ไผ่ 7 สี และอีกหลายแลนด์มาร์กห้ามพลาด ครบทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม เมือง อาหาร แสงสี และที่พัก

เที่ยวกับทัวร์รอบนี้ ขอตะลุยเดี่ยวเที่ยวคนเดียวตามประสาอินโทรเวิร์ต หรือจริงๆ ก็แค่ชอบเที่ยวคนเดียว อยากหาประสบการณ์ใหม่ๆ ชาเลนจ์ตัวเอง จะเหตุผลอะไรก็ได้ อยากให้ทุกคนได้ลองเที่ยวคนเดียวสักครั้งในชีวิต(อาจจะติดใจ) แต่ถ้าห่วงเรื่องความปลอดภัย กังวลการเดินทาง หรืองบมีจำกัด โดยเฉพาะเที่ยวต่างประเทศ เราแนะนำให้เที่ยวกับทัวร์ เลือกและดูรีวิวทัวร์ที่น่าเชื่อถือ หลังจากนั้นการเที่ยวคนเดียวจะเป็นเรื่องง่ายและสบายใจมาก หรือง่ายกว่านั้น! ตามรอยเรามาได้เลย ครั้งนี้เราปักหมุดเที่ยวประเทศจีน ที่ไปกี่รอบก็ไม่มีวันเที่ยวครบ เพราะทุกอย่างกว้างใหญ่อลังการมาก สถานที่ท่องเที่ยวเยอะ ผู้คนน่ารักเป็นมิตร และใช้เวลาบินแค่ 3 ชั่วโมง! เราเลือกโปรแกรมเที่ยว 4 วัน 2 คืน ในมณฑลเสฉวน ไฮไลต์ของทริปนี้คือ ภูเขาหิมะวาวู่ ภูเขาโต๊ะที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมืองเอ๋อเหมยซาน พร้อมที่เที่ยวชื่อดังในเมืองเฉิงตู ไม่ว่าจะเป็นวัดดังที่ใครๆ ก็ต้องแวะ แหล่งชอปที่รวมของทุกอย่างไว้ในที่เดียว พ่วงด้วยร้านอาหาร และที่พักอย่างดี ครบ คุ้ม ที่สำคัญคืออากาศเย็น(กว่าเมืองไทย) 5555

พร้อมรวมตัวกันที่สนามบินสุวรรณภูมิฯ

บินเสฉวนแอร์ไลน์ 3 ชั่วโมงก็ถึงแล้ววว

ถึงสนามบินเฉงตูเทียนฟู่แล้ว เวลาจีนเร็วกว่าไทย 1 ชม.
Day 1 : Let’s go เตรียมตัวออกเดินทางได้.. สำหรับคนที่มาเที่ยวคนเดียวแบบเรา แค่มีพาสปอร์ต เตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะกับอากาศ ที่ความเย็นราวๆ 5 - 10 องศาฯ (เช็คสภาพอากาศจริงก่อนออกเดินทางในปีนั้นๆ) และเผื่อตอนขึ้นเขาหิมะ ที่ความเย็นจะต่ำลงอีก นอกนั้นกายพร้อมใจพร้อม เราทำได้! เพราะที่เหลือทางทัวร์และไกด์จะเตรียมการให้เราหมด จากการนัดแนะล่วงหน้า จนถึงวันเดินทาง เราบินกันตอนดึก ใช้เวลา 3 ชั่วโมง และถึงสนามบินเฉิงตูเทียนฟู่ในตอนเช้า โดยที่เวลาจีนจะเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง แนะนำว่าก่อนวันเดินทางพยายามพักผ่อนให้เพียงพอ หรือนอนบนเครื่องเก็บแรงไว้เที่ยวต่อได้เลย อีกอย่างไม่ต้องกลัวเหงา เพราะปกติแล้วพี่ไกด์ไทยทุกคนจะเฟรนด์ลี่ ดูแล ถามไถ่ตลอด เพื่อนร่วมทริปส่วนใหญ่ก็จะน่ารัก ยิ้มแย้ม และชวนพูดคุย เราเองก็ได้เพื่อนใหม่เพิ่มมาจากทริปนี้ด้วย
เกร็ดความรู้
จะมีค่าทิปพนักงานขับรถ หัวหน้าทัวร์ และ มัคคุเทศก์ท้องถิ่น ตามธรรมเนียม 1,500 บาท

วิวสองข้างทางระหว่างเดินขึ้นภูเขาวาวู่

รายล้อมด้วยภูเขา มีชุมชนเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา

ที่จุดพักรถ มีชาวบ้านมานั่งขายผลไม้

รับบัตรเข้าชมอุทยานแห่งชาติวาวู่

ผ่านจุดตรวจบัตร เพื่อไปขึ้น Cable car

เส้นทางเดินเป็นสะพานไม้ ป่าสน อากาศเย็นมาก มีหิมะบางช่วง
Day 2 : เริ่มต้นทริปด้วยภูเขาหิมะวาวู่สุดอลังการ ขึ้นกระเช้าชมวิวความสูงระดับโลก หลังเดินทางถึงสนามบิน จะมีเวลาให้เราได้เปลี่ยนเสื้อผ้า(หนาๆ) ล้างหน้าแปรงฟัน ก่อนที่ไกด์ท้องถิ่นจะมารอรับ และพาพวกเราแก๊งลูกทัวร์ขึ้นรถบัสไปปลายทางแรกเมืองเอ๋อเหมยซาน(หรือเขาง้อไบ๊) ขึ้นภูเขาหิมะ “WAWUSHAN” โดยใช้เวลาอีกประมาณ 3 ชั่วโมงถึง ระหว่างนี้ไกด์จะมีอาหารเช้าให้ทุกคนรองท้อง พร้อมกับแนะนำสถานที่เที่ยวต่างๆ ไปด้วย สิ่งที่เราได้เห็นกับตาตัวเอง ตลอดการนั่งบัสผ่านบ้านเมืองในมณฑลนี้ คือพื้นที่กว้างใหญ่ภูเขาอลังการ ที่มีประชากรกว่า 80 ล้านคน คิดภาพว่าเมืองเฉิงตูเป็นเมืองหลวง อยู่ตรงกลางเหมือนกับก้นถ้วย และถูกล้อมรอบด้วยภูเขา สองข้างทางเลยขนาบไปด้วยภูเขาลูกใหญ่มากๆ บ้างก็ถูกตัดด้วยลำธาร น้ำตกเล็ก หรือชุมชน บรรยากาศคล้ายต่างจังหวัดบ้านเรา แต่ธรรมชาติสมบูรณ์ ถูกดูแลรักษาดีมากๆ วิวสวยงาม ผู้คนก็ดูเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว

จุดถ่ายรูปเช็คอิน วันนี้อากาศอุ่นขึ้น หิมะละลายเยอะเลย

ขึ้นเคเบิ้ลคาร์ 2 ช่วง ช่วงละ 15 นาที

วิวบนกระเช้าสวยและสูงมากๆ มีหิมะบางช่วง

ทะเลหมอกบนความสูงที่เหมือนสวรรค์เลยล่ะ

ในวันที่อากาศอุ่นขึ้น แต่ก็ยังพอมีหิมะให้เห็นบ้าง
ภูเขาวาวู่ เป็นที่ท่องเที่ยวระดับ 4A ที่เดินทางง่ายและเร็ว ห่างเมืองเฉิงตูไม่ไกล ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง ก็ได้สัมผัสภูเขาหิมะ รูปทรงเหมือนโต๊ะที่ใหญ่ที่สุดโลกได้เลย ด้วยระดับความสูงจากน้ำทะเล 2,800 - 3,000 เมตร ในบางคนอาจต้องพกกระป๋องออกซิเจนขึ้นไปด้วย เผื่อฉุกเฉินในกรณีที่แพ้ความสูง อาจวูบได้ (มีจำหน่ายที่ไกด์) แต่ผู้คนส่วนใหญ่ที่มาไม่ค่อยเจอปัญหานี้ ที่นี่เลยเหมาะกับทุกเพศทุกวัย เดินง่าย ไม่หนัก และไม่ไกล ส่วนใหญ่จะเป็นการขึ้นกระเช้าลอยฟ้า(เคเบิ้ล คาร์) ทั้งหมด 2 ช่วง ซึ่งอีกไฮไลท์ของที่นี่ก็คือการนั่งกระเช้าลอยฟ้า ชมวิวที่สูงขึ้นเรื่อยๆ บนความสูงที่น่าทึ่งว่า พี่จีนเค้าสามารถสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูเขาลูกใหญ่ขนาดนี้ได้ยังไง ต้องยอมรับกับความสามารถในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของเค้า ที่ทำให้เราว้าวได้ทุกนาทีจริงๆ

ถ้าช่วงหิมะฟูๆ วิวจากเคเบิ้ลคาร์จะขาวโพลนแบบนี้เลย

ความหนาของหิมะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ต้องเช็กอากาศวันต่อวัน

บางวันโชคดีอาจได้เจอน้ำแข็งหนาแบบนี้เลย!

ทางเดินสะพานไม้ ในวันที่หิมะหนักๆ จะฟูสวยแบบนี้

สวยฟูมาก ได้เจอแบบนี้คงฟินสุดๆ

อยากเจอหิมะฉ่ำๆ ฟูๆ เจอเลยหน้าหนาว ธันวาคม - กุมภาพันธ์
ถึงจุดสูงสุดของวาวู่ ที่นี่เราจะได้เอ็นจอยกับธรรมชาติป่าสน ที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน (บางช่วงหิมะละลาย ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศวันต่อวัน) ทางเดินจะเป็นสะพานไม้ทอดยาว เป็นเส้นทางเดินชมธรรมชาติ มีจุดชมวิวมองเห็นทะเลหมอกฟูๆ มีทะเลสาบสวยๆ รวมๆ แล้วทางเดินที่นี่ความยาวหลายกิโล สังเกตเห็นคนท้องถิ่นมาใช้เป็นเส้นทางเดินเทรล ออกกำลังกายกันด้วย จุดนี้มีเวลาให้เต็มที่ เดินเล่นถ่ายรูปกันให้จุใจ เรามาคนเดียวแต่ก็ได้เพื่อนวัยเดียวกัน เดินเที่ยวเล่น ถ่ายรูปให้กัน สนุกกับเพื่อนใหม่จนลืมเวลากันไปเลย
เกร็ดความรู้
คนที่เดินไม่ไหว จะมีบริการรถรับส่งถึงจุดลงกระเช้า ค่ารถคนละ 15 หยวน แต่รอบวิ่งจำกัด แนะนำสอบถามเวลารถไว้ก่อน

กลับมาวันที่เราไปบ้าง แดดเริ่มแรง แต่ยังพอมีให้เห็นอยู่นะ ปล.น้องโซคิ้วท์เกินไปรึป่าววว

มุมถ่ายรูปยอดฮิต ทางเดินสะพานไม้ยาวๆ

หิมะน้อย แต่ก็ฟินได้ เพราะมองไปทางไหนก็สวย อากาศยังเย็นมากๆ

บ้านสวยในป่าสน น่ารัก

จุดนี้แดดส่องลงเต็มๆ หิมะละลายไปเยอะ ต้องเดินระวังลื่นด้วยน้าา

จุดชมวิวทะเลหมอก คนต่อคิวถ่ายรูปมุมนี้เยอะมาก

แมวภูเขาหิมะ เดินเล่นชิวมาก ส่วนมนุษย์เดินหนาวปากสั่น

สวยเหมือนอยู่โซนยุโรปเลย
หลังลงเขา เราจะได้แวะกินข้าวที่ร้านอาหาร ก่อนเดินทางเข้าตัวเมือง เป็นการกินอาหารจีนจริงจังตั้งแต่มื้อแรกตอนกลางวัน มาจนมื้อเย็น อยากรีวิวตรงนี้เลยว่า คนไทยกินได้แน่นอน เมนูอาหารเค้าคัดมาให้แล้วเป็นเมนูที่กินง่าย รสชาติกลมกล่อม อย่างที่เรารู้ อาจจะติดมันๆ ไปบ้าง แต่รสชาติดี ใกล้เคียงกับอาหารไทย เช่น มื้อที่ผ่านมา เราได้กินปลาไข่ทอด(อร่อยมาก) หมูสามชั้นย่าง เต้าหู้ไข่น้ำ ไก่ผัดหวานๆ สามรส ฯลฯ อร่อยทุกอย่าง เอ็นจอยอีสติ้งได้เลย แอบคิดในใจที่เคยกังวลเรื่องอาหาร ตอนนี้สบายใจแล้ว หลังจากนี้ กินฉ่ำ เปิดใจสุดๆ 555

จุดบริการรถรับส่งในอุทยานเพื่อไปขึ้นกระเช้าไฟฟ้า

ซื้อตั๋วรถคนละ 15 หยวน

ใกล้กันมีให้แขวนป้ายเขียนคำอธิษฐานขอพรด้วย

รถไม่ได้มีวิ่งตลอด มีแค่รอบเย็น เช็กเวลาก่อนออกเดินเที่ยวด้วยนะ

ขาลงเคเบิ้ลคาร์ตอนเย็น อุณหภูมิต่ำลงมาก หนาวมาก หมอกเริ่มหนา

ลงจากเขาถึงเวลาอาหารเย็นพอดี แวะร้านอาหารจีนสักหน่อย

ร้านนี้เป็นโต๊ะอาหารจานหมุน จานใหญ่ ให้เยอะ อร่อยด้วย

จานนี้เป็นผัดหมูหม่าล่าใส่มัน เผ็ดจัดจ้าน

ปลาไข่ทอดจานนี้อร่อยมาก กรอบมัน พี่ไกด์พกน้ำพริกกะปิมาเผื่อ กินแซ่บเลยล่ะ
Vienna International Hotel โรงแรมใหญ่ ห้องกว้าง อาหารเช้าบุฟเฟต์ สำหรับใครที่ลุ้นเรื่องที่พัก บอกเลยว่าตรงปก โรงแรมใหญ่ระดับ 4 ดาว เรามาคนเดียวเลือกนอนเดี่ยว ห้องที่ได้กว้างขวาง เตียงใหญ่ ห้องน้ำใหญ่ มีไดร์เป่าผม แต่ประตูห้องน้ำใช้ผ้าม่านกั้นแทน คนที่ไม่ได้มาเป็นคู่รักอาจจะเขินๆ หน่อย แต่เอาเป็นว่าที่นี่นอนได้สบาย มีอาหารเช้าเป็นบุฟเฟต์ บางทริปอาจได้นอนโรงแรมอื่นในระดับเดียวกัน แต่จากที่เราพักมามั่นใจว่าโรงแรมดีทุกที่แน่นอน

Vienna Hotel โรงแรมหรู ระดับ 4 ดาว ใจกลางเมือง

Reception กว้างขวาง พี่ไกด์จัดการเช็กอินให้รวดเร็วเลย

Complimentary มีไว้ให้ครบ

ห้องสะอาดเป็นระเบียบ ไม่เก่า ไม่โทรม

ห้องกว้าง สว่าง แต่ห้องน้ำไม่มีประตูนะ มีผ้าม่านกั้นให้

ห้องน้ำก็กว้าง น้ำปรับร้อน-เย็นได้

อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์

ย่านโรงแรม เจริญหูเจริญตามาก ถนนสะอาด เป็นระเบียบ
Day 3 : เมืองที่ผสานวัฒนธรรมโบราณและความล้ำสมัยไว้อย่างลงตัว เช้านี้เราออกเดินทางไปวัดเป้ากั๋ว ที่ได้ชื่อว่าเป็นวัดที่ใหญ่และสวยงามที่สุดของง๊อไบ๊ สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง ที่นี่เป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างด้วยไม้ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง ภายในวัดจะมีทั้งโบราณสถานสำคัญ มีองค์พระประดิษฐานอยู่ในตำหนัก และวิหาร พื้นที่กว้างขวาง สวยงามและสงบมาก ถึงเวลาที่เราได้เดินทางกลับเข้าเมืองเฉิงตู ซึ่งจะใช้เวลาราวๆ 3 ชั่วโมง ระหว่างนี้ เราจะได้แวะกินอาหารกลางวันกันที่ภัตตาคารจีน อย่างที่เคยเล่าไปว่ารสชาติถูกปากคนไทยแน่นอน เติมพลังได้เต็มที่ ก่อนตะลุยเที่ยวกันต่อ

ทางเดินเข้าวัดเป้ากั๋ว ร่มรื่น ต้นไม้เยอะ

กว้างขวางมาก วัดล้อมรอบด้วยภูเขา


มาถึงแล้วต้องจัดชุดธูปไหว้พระขอพรกันหน่อย

ที่นี่นิยมขอพรการงาน การเงิน

พระโพธิสัตว์ผู่เสียน (หรือพระสมันตภัทรโพธิสัตว์) ประทับบนช้าง 6 งา ที่ผู้คนศรัทธามากๆ

วัดนี้ผสานความเชื่อของ 3 ศาสนา พุทธ ลัทธิเต๋า และลัทธิขงจื๊อ

บรรยากาศในวัดสวย เข้มขลัง สมกับเป็นวัดจีนโบราณ

องค์เทพน่าเลื่อมใสมากๆ

วัดที่จีนนิยม ผูกริบบิ้นขอพรไว้กับต้นไม้

น้องๆ ที่นี่อ้วนตุ๊ต๊ะทุกตัว

ก่อนเข้าเมืองเฉิงตู แวะภัตตาคารอาหารจีน

อาหารอร่อย กินฉ่ำทุกมื้อ
สถานีต่อไปเรามุ่งหน้าไปถนนคนเดินควานจ๋าย หรือ ซอยแคบซอยกว้าง ที่นี่เป็นย่านบ้านเรือนโบราณสมัยราชวงศ์ชิงที่ได้รับการบูรณะใหม่ และถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นร้านขายของตลอดทั้งเส้นทาง ถูกแบ่งโซนเป็นซอยกว้าง มีร้านแบรนด์ ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขายของที่ระลึก ประเภทร้านที่หน้าตาทันสมัยหน่อย ส่วนซอยแคบจะเน้นเป็นสตรีทฟู้ดเล็กๆ ร้านโลคัล มีมุมถ่ายรูป หรือขายงานคราฟต์ เราเดินเที่ยวเล่นถ่ายรูป ชอปปิ้งเบาๆ ที่นี่ได้เพลินๆ มื้อเย็นก็อิสระหากินกันได้ตามสะดวก ปล.ตรงนี้ชอปปิ้งเบาๆ พอ เพราะวันละลายทรัพย์ที่แท้ทรูคือวันพรุ่งนี้! 5555
เกร็ดความรู้
ใครอยากชอปตุ๊กตาแพนด้าที่นี่ ถ้าเจอตัวที่ถูกใจจัดได้เลย ราคาถูกพอๆ กับแหล่งชอปย่าน IFS วันพรุ่งนี้ หรือจะรอชอปทีเดียวก็ได้ แต่แบบที่ชอบที่อื่นอาจจะไม่มี หรือแนะนำพวกตุ๊กตาชอปที่นี่ควานจ๋ายไปเลย แล้วย่าน IFS เอาเวลาไปเดินชอปแบรนด์เนมฉ่ำๆ จะได้ไม่เสียเวลาเดินหาตุ๊กตาอีก

ถนนคนเดินควานจ๋าย คนเริ่มคึกคักแล้ว

จุดรวมพล ก่อนแยกย้ายกินเที่ยวชอปแบบอิสระ

แผนผังร้านต่างๆ ใครอยากไปโซนไหนก่อน จะได้ไม่งง ไม่หลง

ยิ่งดึกคนยิ่งเยอะมากๆ อากาศเย็นสุดๆ

Popmart ที่นี่ตัวฮิตๆ แบบที่ไทยไม่ค่อยมีเลย

ร้านขายของฝากของที่ระลึกก็เยอะ

ปิ้งย่างหม่าล่ามาแล้วต้องลองนะ

ร้านขายพวงกุญแจ ตุ๊กตา มีหลายร้าน เหมาะซื้อเป็นของฝากมาก

เมืองแห่งแพนด้า น่ารักมากๆ จัดน้องกลับบ้านเป็นฝูง อิอิ
แต่! วันนี้ยังไม่จบ อย่าเพิ่งรีบเหนื่อย คืนนี้เราไปเที่ยวกันต่อที่แลนด์มาร์กประจำเมืองเฉิงตู (ใช้เวลาไม่นาน) แวะดูแสงสีตอนกลางคืน จากน้ำพุไม้ไผ่ SKP ที่จะมีการแสดงแสงสี ผ่านเสาลักษณะคล้ายทรงกระบอกไม้ไผ่ มีน้ำไหลออกมาจากด้านบน เมื่อน้ำสะท้อนกับแสง จะฟุ้งออกมาเป็นเส้นสายสวยงาม สลับเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ ไม่ไกลกันจะเป็นตึกแฝดเฉิงตู ทรงตึกออกแบบเหมือนตะเกียบคู่ จอบนตึกเปิดไฟ LED เป็นรูปภาพต่างๆ แต่จุดที่เราจะได้เดินชม คือสะพานแดงที่เป็นสะพานลอยข้ามถนน มองไปเห็นตึกแฝดได้องค์ประกอบภาพที่สวยงามพอดี ตรงนี้เห็นพี่สาวจีนแต่งโต่วอินชุดคอสเพลย์น่ารัก กับทีมช่างภาพ ให้บริการถ่ายรูปอยู่ด้วย สวยเด่นตัดกับแสงสีดีมาก

แสงสีจากน้ำพุไม้ไผ่ SKP

มุมถ่ายรูปยอดฮิต จุดนี้ทั้งอากาศและไอน้ำ ทำให้หนาว x2

จุดชมวิวบนสะพานแดง มองเห็นตึกแฝดเฉิงตู

สะพานแดงยาว เดินเชื่อมถึงกันหมด ฝั่งนี้ก็มีจอ LED แสดงภาพแบบ 4D

เจอพส.จีนถ่ายรูปโต่วอินอยู่ ทำสวย ทำถึง

ไฟ LED บนตึกแฝดจะเปลี่ยนภาพไปเรื่อยๆ ชมกันเพลินๆ

มาคนเดียวก็ได้ภาพนะ พี่ไกด์น่ารัก ช่วยเก็บภาพให้ตลอดเลย
HOLIDAY INN EXPRESS CHENGDU โรงแรมมินิมอล ใจกลางเมือง เป็นอีกคืนที่ประทับใจกับห้องพักมากๆ ยังไม่ทิ้งคอนเซปต์ของการเป็นโรงแรมหรู ห้องใหญ่ นอนสบาย(อีกแล้ว) ห้องนี้น่ารักมินิมอลถูกใจวัยรุ่น สิ่งอำนวยความสะดวกครบเหมือนเดิม จากที่พักมา ยังไม่เจอว่ามีห้องอื่นที่เสียงดังรบกวนเลย ห้องเก็บเสียงดี ระบบแอร์ของที่นี่จะมีให้ปรับเพิ่มอุณหภูมิความอุ่นได้ เพราะข้างนอกตกดึกอากาศจะเย็นมากๆ แค่ 1-2 องศา แต่จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยช่วงเช้า อาจต้องคอยปรับแอร์หน่อย ก่อนแยกย้ายกันเข้าพัก แรงยังเหลือ บวกกับคณะลูกทัวร์หลายคนเริ่มทำความรู้จักกันมากขึ้นแล้ว เลยชวนกันออกไปเดินเล่น หาของกินใกล้ๆ โรงแรม ห่างไปราวๆ 500 เมตร จะเจอกับสตรีทฟู้ดย่อมๆ มีประมาณ 10 กว่าร้าน เช่น หม่าล่า ชาบู ข้าว มีโต๊ะเก้าอี้สไตล์แคมป์ปิ้งให้นั่งกินด้วย ท่ามกลางอากาศหนาว ฟิลดีมาก คืนนี้จบลงแบบมีความสุข สนุกสนานเฮฮา เป็นคืนที่น่าจดจำสุดๆ



Day 4 : กิน เที่ยว ชอป อิสระตามใจ วันละลายเงินหยวนก่อนกลับ! วันนี้วันสุดท้ายแล้ว เวลาผ่านไปเร็วมาก จากที่เราจองทัวร์มาแบบลงร้านด้วย วันนี้เราเลยได้แวะไปร้านขายหมอน ขายหยก และร้านพิพิธภัณฑ์ผ้าไหม เราว่าการใช้เวลามาลงร้าน หลายคนอาจคิดว่าจะเป็นสถานการณ์ที่น่าอึดอัด หรือโดนบังคับ แต่ความจริงคือไม่เลย มองอีกมุมเหมือนเราได้ไปเดินชมพิพิธภัณฑ์ ชมการผลิต ชมนวัตกรรมดีๆ ที่หาได้ยาก ได้เรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ในอีกมิติของบ้านเมืองเค้า มันสนุก น่าสนใจ และได้ความรู้เน้นๆ ส่วนเรื่องใครจะซื้อหรือไม่ ก็แล้วแต่ความชอบ มาถึงช่วงเวลาแห่งการละลายเงินหยวนบ้าง เราจะได้ใช้เวลาอิสระอยู่ที่ย่านตึก IFS ที่มีแพนด้ายักษ์ปีนตึก เกือบ 5 ชั่วโมงเต็มๆ ใครจะไปไหนทำอะไรที่นี่ เลือกได้ตามสไตล์เลย ย่านนี้ผู้คนคึกคัก ติดๆ กันคือถนนคนเดินไท่กู๋หลี่ เป็นจุดรวมแบรนด์หรู แบรนด์กีฬา แบรนด์ดังๆ ฮิตๆ ระดับโลก ไว้ในที่เดียว มีร้านกินดื่ม ที่พักชิคๆ มีตรอกซอกซอยที่ซ่อนร้านค้า ร้านอาหาร ร้านของฝากไว้มากมาย ให้เดินชอปกันจนเหนื่อย

บรรยากาศเมืองเฉิงตูตอนเช้า

ลงร้านพิพิธภัณฑ์ผ้าไหม

ชมวิธีการปักทอของบ้านเค้า งานละเอียดไม่แพ้ไทย

สวยงามมาก เป็นประสบการณ์ที่ดีเลย

อาหารกลางวัน วันสุดท้าย จัดสุกี้หม่าล่าหม้อไฟแบบบุฟเฟต์ อร่อยยย

ระหว่างทางไปตึก IFS ชมบ้านเมืองเพลินๆ

แหล่งชอปปิ้งละลายเงินหยวนก่อนกลับบ้าน

ย่านนี้มีทั้งตึก IFS ถนนคนเดินไท่กู๋หลี่ แบรนด์เนม ไปจนของของฝากชิ้นเล็กชิ้นน้อย

อากาศเย็น เดินสบาย คนคึกคัก
หลังตึก IFS มีวัดต้าฉือ วัดโบราณอายุกว่า 1,600 ปี ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางตึกสูงทันสมัยใจกลางเมืองเฉิงตู เป็นที่ที่พระถังซัมจั๋งเคยมาอุปสมบท ผู้คนนิยมมาไหว้ขอพรองค์พระ องค์เทพ เรื่องโชคลาภ สุขภาพ และขอให้อายุยืน ภายในวัด สวย สะอาด สงบ เหมือนหลุดเข้าไปอีกโลกนึง หลังเราเข้าไปไหว้พระขอพรเสร็จ ก็กลับออกมาเดินเล่นเดินชอปบ้าง แต่เดี๋ยวเค้าจะว่ามาไม่ถึง เราก็ต้องขึ้นไปเช็คอินกับน้องแพนด้ายักษ์ปีนตึกที่ชั้น 7 ของตึก IFS ก่อน ขึ้นลิฟต์ไปจะเจอลานกว้างๆ มีสวน คาเฟ่ ร้านอาหาร และผู้คนที่ยืนต่อคิวถ่ายรูปกับน้องแพนด้าเป็นที่ระลึก หลักๆ แล้วจุดถ่ายรูปจะมี 2 จุด คือชั้น 7 เห็นส่วนหัวแพนด้า และอีกจุดตรงข้ามเยื้องๆ ตึกจะเห็นส่วนลำตัว จุดนี้มีช่างภาพรอให้บริการถ่ายรูปเยอะเลย ถ้าจำไม่ผิดคิด 30 หยวนต่อรูป แต่คิดว่ารูปน่าจะออกมาสวยอลังการแน่นอน

วัดต้าฉือ หลังตึก IFS บริเวณหน้าวัดคนนิยมขอพรโดยใช้มือสัมผัสอักษรมงคล

วัดดังใจกลางเมือง มาแล้วจุดธูปเทียนไหว้พระกัน



มีองค์เทพให้บูชาหลายองค์ อยู่ในหลายอาคาร

วัดสงบเงียบ กว้างขวาง



ศาลาไหว้ขอพรพระถังซัมจั๋ง

มีอาคารขายสินค้าที่ระลึกของวัด


ไหว้พระแล้ว กลับมาหาน้องแพนด้าปีนตึกกัน

ขึ้นมาที่ชั้น 7 ของตึก นักท่องเที่ยวต่อคิวรอถ่ายรูปกับแพนด้า


ถ่ายเก็บเป็นที่ระลึกแบบนักท่องเที่ยวท่านหนึ่ง

จุดถ่ายรูปอีกมุมตรงข้ามตึก
ช่วงเวลานี้ที่เราได้กินเที่ยวชอปอิสระ หลายคนอาจกังวลเรื่องการสื่อสารกับคนจีน แต่เราจะบอกว่า ไม่ต้องกลัวเลย ไม่จำเป็นต้องรู้ภาษาจีนหรือภาษาอังกฤษก็ได้ เราใช้แอพฯ แปลภาษาคุยโต้ตอบได้เลย คนจีนส่วนมากถนัดใช้แค่ภาษาจีน แต่พวกเค้าก็ยินดีตอบและช่วยเหลือมากๆ เช่น ถ้าต้องถามราคา เทคนิคง่ายๆ แค่ชี้ ถาม How much พร้อมยื่นมือถือให้กดเลขในเครื่องคิดเลข จบเลย! จะขอต่อราคาก็พิมพ์ตัวเลขที่เราอยากได้ไปใหม่ พี่จีนพยักหน้าลดราคาฉ่ำ ทำให้เราชอปสนุกมาก ได้ทำที่อยากทำ ได้กินที่อยากกิน อีกอย่างเรื่องห้องน้ำ ที่หลายคนน่าจะเคยได้ยินตำนานห้องน้ำจีนมาบ้าง จากทริปนี้ต้องบอกตามตรงว่า มีจริง! แต่น้อยมากๆ และไม่ใช่ในตัวเมืองที่พัฒนาแล้ว ส่วนใหญ่จะมีไม่กี่ที่ในต่างจังหวัดนอกเมืองที่ยังรอการพัฒนา ดังนั้น อยากให้มองจีนในมุมใหม่ สิ่งที่เคยกังวล เคยกลัว อาจเป็นอดีตไปแล้ว ทุกวันนี้พี่จีนต้อนรับคนไทยสุดๆ เฟรนด์ลี่ เข้าถึงง่าย ใจดี มีพูดคุยเสียงดังเป็นปกติ แต่มั่นใจว่าประเทศจีนหรือเฉิงตู จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีให้กับคนที่อยากเที่ยวคนเดียวได้แน่นอน เหมือนกับเราที่อยากเดินทางมาเปิดโลก เปิดประสบการณ์ ไปแบบไม่ได้คาดหวัง แต่ทุกอย่างเกินคาดหวังมาก เราประทับใจ สบายใจ สนุก ได้เปิดหูเปิดตา ได้เพื่อนใหม่ที่น่ารัก ได้ติ๊กถูก Bucket List ที่อยากไปเที่ยวต่างประเทศคนเดียวสักครั้ง และอยากกลับมาจีนอีกซ้ำๆ สัญญาเลยว่าจะตามเก็บทริปจีนอีกหลายๆ เส้นทางเลย

ยิ่งเย็นคนยิ่งเยอะ

โซนเดินเล่นข้างนอกมีร้านค้ามากมาย


หิวก็มีของกินสตรีทฟู้ดให้เลือกพอสมควร


ร้าน CHAGEE ชานมชื่อดังในหมู่คนไทย มาถึงแล้วต้องจัด!

มีชอปดังๆ เดินง่าย ไม่ต้องกลัวหลง

หมดเวลาชอปแล้ว เตรียมตัวกลับบ้านกัน

มาเมืองแพนด้า ต้องได้แพนด้ากลับบ้านนะ

ชอบมาก สนุก คุ้ม ประทับใจ ไว้กลับมาเที่ยวใหม่นะ
