
09
Jun
ญี่ปุ่น
คามิโคจิ เที่ยวช่วงไหนดี
เที่ยวคามิโคจิ อุทยานธรรมชาติชื่อดังแห่งเจแปนแอลป์ ชมสะพานคัปปะ แม่น้ำสีมรกต และวิวภูเขาสุดอลัง พร้อมแนะนำช่วงเที่ยวที่สวยที่สุดทั้งฤดูเขียวขจีและใบไม้เปลี่ยนสี
อุทยานคามิโคจิคือหนึ่งในสถานที่ธรรมชาติที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น
ตั้งอยู่ในเทือกเขาเจแปนแอลป์ (Japan Alps) จังหวัด Nagano โดดเด่นด้วยแม่น้ำอาซุสะ (Azusa River) สีเขียวมรกต ป่าสน ภูเขาสูง และอากาศบริสุทธิ์จนได้รับฉายาว่า "สวิตเซอร์แลนด์แห่งญี่ปุ่น"
ไฮไลต์สำคัญคือ Kappa Bridge สะพานไม้ชื่อดังที่มีฉากหลังเป็นเทือกเขาโฮตากะ (Hotaka Mountains) จุดถ่ายรูปอันดับหนึ่งของคามิโคจิ
ชมคลิปอุทยานคามิโคจิ คลิกเลย!
.
https://vt.tiktok.com/ZSQhbbrK5/

จุดเด่นของอุทยานคามิโคจิ
✨ สะพานคัปปะ (Kappa Bridge) แลนด์มาร์กชื่อดัง
✨ แม่น้ำสีเขียวมรกตใสราวกระจก
✨ ธรรมชาติสวยทุกฤดู
✨ จุดชมวิว Taisho Pond และ Myojin Pond
✨ ฟีลเหมือนสวิตเซอร์แลนด์กลางญี่ปุ่น



เวลาเปิด-ปิด / ค่าเข้าชม
เปิดเฉพาะช่วงประมาณ
กลางเดือนเมษายน – กลางเดือนพฤศจิกายน *ปิดทำการในฤดูหนาว*
ค่าเข้าอุทยาน : ฟรี
มีค่ารถบัสอุทยาน ประมาณ 2,800 เยน (ไป-กลับ) หรือค่าที่จอดรถสำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์
เกร็ดความรู้
สาเหตุในการปิดพื้นที่ในฤดูหนาว มีดังนี้:
1. ความเสี่ยงจากหิมะถล่ม (Avalanche)
คามิโคจิตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาเจแปนแอลป์ ซึ่งในช่วงฤดูหนาวจะมีหิมะตกสะสมเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความเสี่ยงจากหิมะถล่มบริเวณภูเขาและเส้นทางเดินป่า ส่งผลต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวโดยตรง
2. การเดินทางเข้าสู่อุทยานถูกตัดขาด
ถนนสายหลักที่ใช้เดินทางเข้าสู่คามิโคจิจะถูกปิดในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากหิมะปกคลุมหนาและสภาพอากาศรุนแรง ทำให้ไม่สามารถสัญจรได้อย่างปลอดภัย
3. ระบบขนส่งและสิ่งอำนวยความสะดวกหยุดให้บริการ
ในช่วงปิดฤดูกาล รถบัสรับส่ง โรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้า รวมถึงห้องน้ำสาธารณะภายในอุทยานจะหยุดให้บริการทั้งหมด ทำให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถเข้าชมได้ตามปกติ
4. เปิดโอกาสให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟูตัวเอง
การปิดอุทยานในช่วงฤดูหนาวยังเป็นการช่วยลดผลกระทบจากกิจกรรมท่องเที่ยว และเปิดโอกาสให้ระบบนิเวศ ป่าไม้ สัตว์ป่า และแหล่งน้ำภายในหุบเขาได้พักฟื้นตามธรรมชาติ

การเดินทาง
เดินทางด้วยรถไฟ
จากโตเกียว
นั่ง Shinkansen จาก Tokyo Station ไป Matsumoto Station
ต่อรถไฟสาย Alpico ไป Shin-Shimashima Station
ต่อรถบัสเข้าสู่คามิโคจิ
ใช้เวลารวมประมาณ 3.5 – 4.5 ชั่วโมง
จากโอซาก้า
นั่ง Shinkansen ไป Nagoya
ต่อรถไฟ Limited Express Shinano ไป Matsumoto
ต่อรถไฟและรถบัสเข้าสู่คามิโคจิ
ใช้เวลารวมประมาณ 4 – 5 ชั่วโมง
จาก Matsumoto
นั่งรถไฟไป Shin-Shimashima
ต่อรถบัสเข้าสู่คามิโคจิ
ใช้เวลารวมประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง
เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว
จากโตเกียว → คามิโคจิ
ระยะทางประมาณ 250–280 กิโลเมตร
ใช้เวลาขับรถประมาณ 4–5 ชั่วโมง
(ไม่รวมเวลาต่อ Shuttle Bus)
จากโอซาก้า → คามิโคจิ
ระยะทางประมาณ 350–380 กิโลเมตร
ใช้เวลาขับรถประมาณ 5–6 ชั่วโมง
(ไม่รวมเวลาต่อ Shuttle Bus)
เกร็ดความรู้
✅ หากเที่ยวเส้นทาง ทาคายาม่า – ชิราคาวาโกะ – คามิโคจิ – มัตสึโมโตะ การเช่ารถจะสะดวกมาก
✅ หากพักในโอซาก้าหรือโตเกียวเพียงไม่กี่วัน แนะนำใช้รถไฟจะง่ายกว่า ไม่ต้องหาที่จอดรถ
✅ ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี (ปลาย ก.ย. – ต.ค.) รถบัสและที่จอดรถเต็มเร็ว ควรออกเดินทางแต่เช้า
หลายคนเลือกมาเที่ยวแบบ One Day Trip แต่ถ้ามีเวลา แนะนำพักแถว Matsumoto หรือ Hirayu Onsen สัก 1 คืน จะไม่เหนื่อยเกินไป และได้ชมบรรยากาศคามิโคจิช่วงเช้าที่สวยที่สุดด้วย
ปลาย เม.ษ. – ปลาย มิ.ย.
ฤดูใบไม้ผลิปลายๆ ต้นไม้เขียวสด ยังมีหิมะบนยอดเขา อากาศเย็นสบาย 10–20°C วิวสดชื่นที่สุดของปี
ก.ค. – ส.ค.
ธรรมชาติเขียวเต็มที่ เหมาะกับการเดินป่า คนค่อนข้างเยอะ
ปลาย ก.ย. – ปลาย ต.ค.
ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี สวยที่สุดของปี ภูเขา ป่าไม้ และแม่น้ำตัดกันสวยมาก เป็นช่วงยอดนิยมที่สุด
เกร็ดความรู้
- คามิโคจิไม่อนุญาตให้รถยนต์ส่วนตัวเข้าอุทยาน ต้องต่อรถบัสเท่านั้น
- ช่วงเช้าก่อน 09:00 คนจะน้อยและถ่ายรูปสวยที่สุด
- อากาศเย็นกว่าตัวเมือง 5–10 องศา ควรมีเสื้อคลุม
- หากไปช่วงใบไม้แดง แนะนำจองที่พักล่วงหน้า เพราะเต็มเร็วมาก

ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี : ใบไม้สีส้มแดง เตรียมผลัดใบเข้าสู่ฤดูหนาว อากาศเย็นสบาย

ฤดูร้อน : ใบไม้เขียวขจี นัก Trekking นิยมมาช่วงนี้

ฤดูใบไม้ผลิ : ใบไม้สีเขียวปนเหลือง บนยอดเขายังมีหิมะปกคลุม
