รีวิวทัวร์จอร์เจีย ฉบับเที่ยวกับทัวร์ + เที่ยวอิสระ

11619 จำนวนผู้เข้าชม  | 

รีวิวทัวร์จอร์เจีย ฉบับเที่ยวกับทัวร์ + เที่ยวอิสระ


G E O R G I A
ประเทศจอร์เจีย เอเชียประเทศสุดท้ายที่ใช้คำว่า ส ว ย ได้สุรุ่ยสุร่ายสุดๆ

เป็นการเดินทางที่ครึ่งๆ กลางๆ แต่ก็ถูกคิดมาแล้วว่า เราอยากไปไฮท์ไลท์ของจอร์เจีย อยากได้การดูแลเรื่องการเข้าและออกประเทศ เมื่อคำนวนค่าใช้จ่ายต่างๆ ต้องบอกวาตั๋วเครื่องบินแพง แต่นอกนั้นคือราคามิตรภาพ เราจึงตัดสินใจเก็บกระเป๋าเลือกทัวร์ไฟไหม้ที่มีวันเที่ยวอิสระ เพราะว่าเรามีจุดหมายในใจที่อยากไปนอกเหนือจากที่ทัวร์มี เลยเป็นที่มาของการเที่ยวทัวร์ลูกครึ่งในครั้งนี้


"ถ้าให้นิยามถึงประเทศนี้ ... วิว ว้าว เกินกว่าจะละสายตา สวยได้ขนาดนี้จริงๆ หรอ"

 

 


    เราไปกับทัวร์ TIP ON TRIP TOUR    

บินตรง กรุงเทพ สนามบินสุวรรณภูมิ - สนามบินทบิลิซิ BKK-TBS  


  DEPARTURE FLIGHT:  XJ 908 (01.30 - 08.00)
  ARRIVAL FLIGHT:      XJ 909 (09.15 - 20.10)



   

 อุณหภูมิโดยเฉลี่ย อยู่ที่ -10 – 10 องศา (อ้างอิงการการเช็คสภาพอากาศ ณ วันที่เดินทางไป)
 เขตเวลา เวลาท้องถิ่น จอร์เจีย (GMT+4) ช้ากว่า ประเทศไทย 3 ชั่วโมง
 ระบบไฟฟ้า ระบบแรงดันไฟฟ้าขนาด 220 โวลท์ (เท่าไทย) เต้าเสียบและปลั๊กไฟเป็นแบบ Type F แบบสองรูกลม เพื่อความสะดวก แนะนาให้พกพาหัวแปลงปลั๊กไฟอเนกประสงค์ Universal Adapter และ ปลั๊กพ่วง ** ในห้องพักมีเต้าเสียบไฟอย่างจากัด ควรนารางไฟหรือปลั๊กพ่วงไปใช้งานเพิ่มเติม ** 
 สกุลเงิน เงินจอร์เจีย เรียกว่า จอร์เจียน ลารี (Georgian Lari) ตัวย่อมาตรฐาน GEL.
ธนบัตรมีตั้งแต่ 5 10 20 50 และ 100
แนะนำ!! แลกเงินดอลลาร์สหรัฐไปจากที่ไทย และไปแลกเป็นสกุลเงินลารีที่สนามบินทบิลิซิ จะได้เรทเงินที่ถูกและดีที่สุด ค่ะ


 กรุ๊ปทัวร์ที่เราเดินทางจะมีหัวหน้าทัวร์คนไทยเดินทางไปด้วยตั้งแต่สนามบินสุวรรณภูมิทุกบัส
บัสละ 1-2 คนค่ะ ของเรา 1 คน และมาเจอกับไกด์ท้องถิ่นคนจอร์เจีย ที่ท้องถิ่นจริงๆ แบบว่าแร็ปภาษาอังกฤษใส่เสมือนคนไทย ใช้อังกฤษเป็นภาษาประจำชาติ 555555555 ยังดีที่มีหัวหน้าทัวร์คนไทยคอยบอกรายละเอียดสถานที่สำคัญเป็นระยะๆ ค่ะ ไม่ต้องตกใจ

  อาจจะเป็นเพราะว่า โปรแกรมทัวร์ที่เรามานั้นเป็นโปรแกรมที่มีเที่ยวอิสระ ส่วนใหญ่โปรแกรมทัวร์ไหนที่มีวันอิสระ จะเจอไกด์พูดภาษาอังกฤษ เพราะเค้าคงเชื่อว่าคนเที่ยวเองคงพูดภาษาอังกฤษได้ระดับหนึ่งค่ะ มั้งนะคะ คิดว่าใช่ !

เมื่อเดินทางออกมาจากเมืองทบิลิซิ เราก็จะพบกับวิวว้าวที่หลับไม่ลงเลยแหละทุกคน เริ่มเจอเทือกเขาที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน ที่สลับซับซ้อนไปมาจนอยากให้รถทัวร์จอดแล้วลงไปถ่ายรูป แต่ด้วยความหิวข้าวที่บ่ายโมงแล้วก็คือ สีต้องอดทนค่ะ ต้องทานข้าวก่อน ก่อนถึงจุดพักทานข้าวจะแวะถ่ายรูปกับ อ่างเก็บน้ำชินวารี

อ่างเก็บน้ำชินวารี (Zhinvali Reservoir)

ที่นี่ทำให้ชาวเมืองทบิลิซีมีน้ำไว้ดื่ม กิน ใช้ และยังสามารถชื่นชมทัศนียภาพทิวทัศน์ ของภูเขาล้อมรอบสถานที่แห่งนี้ และยังมีเขื่อนซึ่งเป็นสถานที่ที่สําคัญสําหรับนําน้ำที่เก็บไว้ส่งต่อไปยังเมืองหลวง พร้อมกับผลิตกระแสไฟฟ้าอีกด้วย

ที่จุดนี้ ทัวร์จะแวะไม่นานนะคะ เพียงแค่ 15-20 นาทีเท่านั้น เพราะว่าเป็นจุดพักรถเล็กๆ ไม่ใหญ่และไม่ได้มีจุดท่องเที่ยวเท่าไหร่ค่ะ ที่นี่มีกาแฟ ขนมขบเคี้ยว เสื้อผ้า ถุงมือ   
 ขอเตือน !! ราคาแหล่งท่องเที่ยวนะจ้ะ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆก็คือถ่ายรูปละวิ่งไปขึ้นรถได้เลยจ้า

 

 วิวจากร้านอาหารกลางวันที่ทัวร์พามาแวะทานข้าว แค่นี้ก็คือว้าวแล้วนะ

 อาหารของประเทศจอร์เจียส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยแป้ง, ชีส, เป็นหลัก ดังนั้นท่านที่แพ้อาหาร แนะนำให้เตรียมอาหารแห้งจากไทยไปด้วย (หมายเหตุ ทางหัวหน้าทัวร์จะมีการจัดเตรียมไปให้ แต่หากลูกค้าท่านใดที่อยากเตรียมไปเองก็สามารถพกไปได้เช่นกัน)

 

 

 ป้อมอนานูรี (Ananuri Fortress)

 ป้อมปราการเก่าแก่ ถูกสร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 16 – 17 ปัจจุบันยังคงมีซากกำแพงที่ล้อมรอบป้อมปราการ เปรียบเสมือนม่านที่ซ่อนเร้นความงดงามของโบสถ์ ทั้ง 2 หลังที่ตั้งอยู่ภายใน ซึ่งเป็นโบสถ์ของชาวเวอร์ ภายในมีหอคอยทรงเหลี่ยมขนาดใหญ่ตั้งตระหง่าน หากมองจากมุมสูงของป้อมปราการนี้ลงมา จะมองทัศนียภาพที่สวยงามของอ่างเก็บน้าชินวารี (Zhinvali)

 

เปลี่ยนรถ 4WD (รถขับเคลื่อน 4 ล้อ) เดินทางขึ้นสู่ใจกลางหุบเขาคอเคซัส (Caucasus)
ชมความงามของ โบสถ์เกอร์เกตี้ (Gergeti Trinity Church)

โบสถ์เกอร์เกตี้ (Gergeti Trinity Church) 

สร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 14 มีอีกชื่อเรียกกันว่า ทสมินดา ซามีบา ชื่อที่เรียกที่นิยมกันของโบสถ์ศักดิ์แห่งนี้สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งขวาของ แม่น้าชคเฮรี อยู่บนเทือกเขาของคาซเบกี้

โบสถ์เก่าแก่อายุกว่า 600 กว่าปี ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในโบสถ์ที่สวยงามที่สุดในโลก ศาสนสถานบนเขาสูงที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวสะอาดและความเงียบสงบ ตั้งอยู่บนเขาคัสเบกี (Kazbegi) ที่ความสูงกว่า 2170 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นภูเขาที่อยู่ทางภาคเหนือของประเทศจอร์เจีย (Georgia) มองลงไปจะเห็นเมืองเล็กๆ ชื่อคัสเบกี (Kazbegi) 

นอกเหนือจากความสำคัญในฐานะศาสนสถานแล้ว โบสถ์เกอร์เกตี้ยังทำหน้าที่เป็นสถานที่หลบภัยอีกด้วย ตลอดประวัติศาสตร์อันยาวของจอร์เจียที่เต็มไปด้วยการถูกรุกราน โบสถ์แห่งนี้จะกลายเป็นที่ซ่อนสมบัติล้ำค่าและวัตถุที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของจอร์เจีย ที่ตั้งของเกอร์เกตีทำให้การที่ศัตรูจะบุกขึ้นไปถึงตัวโบสถ์นั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย

 Hotel Sole Palace
โรงแรมระดับ 4 ดาว โปรแกรมทัวร์เราพักที่นี่ทุกคืน และฟรีอาหารเช้าทุกวัน
โรงแรมสวย วิวสวย ห้องพักสะอาด มาตารฐาน อาหารเช้าดีค่ะ ดีกว่าทุกมื้อ 55555555

 


 วันที่ 3 ถ้าไปกับทัวร์ แพลนเราจะเป็นแบบนี้  เมืองมิสเคต้า – วิหารสเวติสเคอเวรี – วิหารจวารี
– เดอะ โครนิเคิล ออฟ จอร์เจีย – มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ทบิลิซี – ถนนคนเดินรุสทาเวลี

 แต่ว่าจิตใจมันไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพราะว่าเมื่อวานเราได้เจอย่าน Gudauri มาแล้ว จริงๆ ทริปเรา ฟรีเดย์ 2  วัน เลยยกหูหาไกด์ว่าขอไม่ได้เขาร่วมทริปด้วยนะจ้ะวันนี้ เดี๋ยวกลับมาเจอกันวันสุดท้ายก่อนบินกลับเลยนนะคะ ไกด์ชื่อคุณวิ ก็น่ารักมาก ตามใจสุด บอกว่ามีอะไรให้ช่วบเหลือทักมาได้ตลอด

The Chronicle of Georgia
เดอะ โครนิเคิล ออฟ จอร์เจีย 

 

ตั้งอยู่ที่เมืองทบิลิซี่ ประเทศจอร์เจีย เป็นอนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเล่าถึงเรื่องราวต่างๆ ของประเทศจอร์เจียผ่าน เสาหินขนาดใหญ่จำนวน 16 ต้น โดยเสาหินแต่ละต้นนั้นนอกจากจะมีขนาดใหญ่มากกว่า 10 คนโอบแล้ว และด้วยโครงสร้างอันมหึนั่นก็เลยทำให้ The Chronicle of Georgia กลายเป็นอนุสรณ์สถานขนาดใหญ่ที่เราสามารถมองเห็นได้จากระยะไกล และป็นจุดชมวิวมุมสูงที่สามารถเห็นวิวเมืองทบิลิซีและทะเลสาบทบิลิซีที่สวยงามอีกด้วย

หลังจากนั้นเราก็เดินทางสู่ Gudauri กันค่ะ ระหว่างที่เดินทางสวยงามตลอดข้างทาง แบบว่าหลับไม่ลงเลยทีเดียว เอาภาพบรรยากาศ 2 ข้างทางมาฝากกันค่ะ

ข้อดีของการ ROAD TRIP คือแวะได้ตลอดทาง ในจุดจอดที่ปลอดภัยนะคะ

Russia-Georgia Friendship Monument

อนุสาวรีย์มิตรภาพรัสเซีย–จอร์เจียหรืออนุสาวรีย์

สนธิสัญญาจอร์จิเอฟสค์เป็นอนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นในปี 1983 เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบสองร้อยปีของสนธิสัญญาจอร์จีฟสค์ และมิตรภาพที่ต่อเนื่องระหว่างโซเวียตจอร์เจียและโซเวียตรัสเซีย อนุสาวรีย์นี้ตั้งอยู่บนทางหลวงทหารของจอร์เจียระหว่างเมืองรีสอร์ทสกี

ภายในตกแต่งด้วยประเบื้องโมเสกสีสันสดใส มีการวาดภาพบอกเล่าถึงเรื่องราวประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของชาวรัสเซียและชาวจอร์เจียเอาไว้ สามารถชมวิวได้แบบพาโนรามา 360 องศา และยังสามารถมองเห็นหุบเขาปีศาจ (Devil’s Valley) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาคอเคซัส 

 ที่นี่เหมือนจะหนาวกว่าทุกที่เลยค่ะ เพราะว่าน่าจะเป็นช่องลมที่มีหุบเขาล้อมรอบ วิวสุดมาๆที่นี่ นอกเหนือจากเรื่องราวของประเทศ ก็คือวิวเขาที่ถ้าไม่แวะก็ถือว่ามาไม่ถึง จริงๆทัวร์พามาวันแรกด้วยนะคะ แต่วันนั้นเกือบจะค่ำแล้ว + ยิ่งเย็นยิ่งหนาวค่ะ ทนไม่ไหวกระโดดขึ้นรถอย่างไว เก็บภาพทางอากาศอย่างเดียว อย่าลืมไปติดตามทาง YOUTUBE กันด้วยนะคะ

J U T A   V I L L A G E

หมู่บ้านจูทา (Juta) หมู่บ้านเล็กๆ ทางตอนเหนือของทบิลิซี (Tbilisi) ประเทศจอร์เจีย
ตั้งอยู่บนความสูงประมาณ 2,000 เมตร จากระดับน้ำทะเลในอ้อมกอดของ เทือกเขาคอเคซัส (Caucasus) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติ Kazbegi National Park ใกล้กับบริเวณชายแดนระหว่างจอร์เจีย และรัสเซีย เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนจุดที่สูงที่สุดของยุโรป สัญลักษณ์ที่เรานึกถึงที่นี่คือยอดเข้ามงกุฏอยู่ตรงกลางระหว่างภูเขาที่สลับซับซ้อนกัน เดินเท้าเข้าไปจากบริเวณถนนประมาน 15-20 นาที

นิยมไปท่องเที่ยวกันตั้งมีนาคม เพราะว่าถ้าหิมะตกหนักที่นี่จะไม่มีผู้คนอาศัยอยู่เลยค่ะ เพราะว่าหิมะจะปกคลุมไปทั่วทำให้เดินทางเข้ามายากมาก

 

Gudauri lodge  გუდაური ლოჯი

โรงแรมหรู 5 ดาวกับวิวเทือกเขาสุดอลังการ พร้อมแช่สระน้ำอุ่นมองวิวฟินสุดๆ โรงแรมวิวว้าวกับ facility ที่ครบ หากใครมีแพลนมาพักที่นี่ อย่าลืมแวะมินิมาร์ทซื้อไวน์หรือเบียร์ ขนมก่อนเข้าโรงแรมนะจ้ะ ที่โรงแรมมีแต่ราคาก็จะสูงกว่าด้านนอกแน่นอน

เปลี่ยนบรรากาศกันหน่อย ใครอยากเที่ยวแบบหนาวๆ จอร์เจียนี้ก็งดงามไม่แพ้ที่อื่นเลยนะคะ เมืองสกีรีสอร์ทบนภูเขาที่ตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 2,000 เมตร ช่วงฤดูหนาวที่นี่จะเป็นสถานที่ยอดฮิต ของชาวจอร์เจียและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเลย เพราะกูดาอูรีกลายสภาพเป็นภูเขาหิมะขนาดใหญ่ไว้เล่นสกี และกีฬาฤดูหนาวทุกรูปแบบ เช่น ฮอกกี้ เลื่อนหิมะ และสโนว์บอร์ด เทือกเขาคอเคซัสที่ปกคลุมไปด้วยหิมะรับรอบว่าบรรยากาศที่ได้ ไม่น้อยหน้าประเทศอื่นๆ ในฤดูหนาวแน่นอน

ราคาที่จองไป 3,xxx.-ห้อง
พิกัด : https://goo.gl/maps/suKRvjK9ELucfH979

เราไม่ได้ไปไหนเลยค่ะ แค่เดินเล่นในโรงแรม ทานข้าว แล้วก็เช็คเอ้าท์เปลี่ยนโรงแรม ต้องการมา Slowlife ที่นี่และก็สมใจมากค่ะ ฟินจนอยากไปอีกรอบ

 

 ROOM  HOTEL  KASBEGI

โรงแรมที่แพงที่สุดในจอร์เจีย
มีสิ่งอำนวยความสะดวก และรูมเซอร์วิส เพื่อให้การเข้าพักของคุณสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ฟรีอาหารเช้า ช่วยให้การเข้าพักของเรายอดเยี่ยมขึ้นไปอีก สระว่ายน้ำทั้งด้านในและอ่างแช่น้ำร้อนภายนอก นั่งชมวิวเขาอลังการ วิวด้านหน้าจะเห็นเทือกเขาคอเคซัส และสามารถมองเห็น Gergeti Trinity Church โบสถ์กลางเทือกเขาคอเคซัสอยู่ไกลๆ วิวว้าวไหมละคะทุกคน

ห้องที่เลือก : 7,XXX.- /ห้อง
วิว: ภูเขา | 23 ตารางเมตร | 1 เตียงคิงไซส์
พิกัด https://goo.gl/maps/CDCzNk74SwZ9BM9f7

วิวยามค่ำคืน

 

ROAD TRIP ตามล่าหาหิมะ

ตลอดสองข้างทางเราจะเห็นวิวขาวโพลนที่มีปต่ภูเขาน้ำแข็ง มันอลังการยิ่งใหญ่เกรียงไกรจริงๆเลยอ่ะทุกคน ข้อดีจริงๆของการจ้างคนขับรถ นั่นก็คือทุกคนได้ชื่นชมบรรยากาศ 2 ข้างทาง ต่างคนต่างหยิบมือถือ กล้องออกมาถ่าย บางจุดต้องรีบเบรคคนขับรถหาที่จอด เพราะว่าอยากลงเพื่อเอาตัวเองไปอยู่ในเฟรมนั้น รูปเป็นล้านบอกค่ะทุกคน มุมไหนก็สวยสุดๆ นี่แหละความสวยงามของการเดินทางแบบไม่มีจุดหมาย.

 

 SABADURI FOREST

ป่าต้องมนต์ ถูกปกคลุมด้วยหิมะในฤดูหนาว ทางรถสวนเล็กๆ ค่อยๆขับไปเรื่อยขึ้นเขา ขับง่ายระหว่างทางก็สามารถชมวิวทิวทัศน์ของป่าหิมะในเดินแดนแห่งนี้ได้ เรานิยามมันว่าป่าต้องมนต์เพราะว่าที่นี่สวยสะกดใจเหมือนหลุดเข้าไปในดินแดนเวทมนต์เลยค่ะทุกคน หิมะนุ่มฟูแล้วเราก็ขับรถตามหิมะจนมาถึงที่นี่ ก่อนกลับเข้าเมือง เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพในวันถัดไป สวยประทับใจทุกที่จริงๆ หันซ้ายขวาก็คือได้รูป 

 

 

 

 

Holy Trinity Cathedral of Tbilisi

โบสถ์ทรินิตี้แห่งเมืองทบิลิซี หรือ วิหารศักดิ์สิทธิ์ของเมืองทบิลิซี เป็นโบสถ์หลักของคริสตจักรออร์โธดอกจอร์เจีย ตั้งอยู่ในทบิลิซีเมืองหลวงของจอร์เจีย สร้างขึ้นในระหว่างปี 1995 ถึง 1997

โบสถ์แห่งนี้ถือเป็นโบสถ์หลักในจอร์เจียที่มีความสูงอันดับ 3 ของโลก ด้านในโบสถ์ ผู้หญิงทุกคนจะต้องใช้ผ้าคลุมศีรษะตามหลักศาสนา โดยสืบเนื่องมาจากอัครทูตของพระเยซูคริสต์ และปฏิบัติตามหลักการทางเทววิทยาอย่างไม่มีการเปลี่ยนแปลงมาตั้งแต่สมัยศาสนาคริสต์ยุคแรก

พิกัด : https://goo.gl/maps/dtLc3VAKxtqadq7T7


พิกัด : https://goo.gl/maps/bCv9NAeWGsqaLzkS6

 ===================================

  สุดท้ายสรุปค่าใช้จ่าย ทัวร์ 6 วัน 4 คืน FREEDAY 2 วัน ราคา 25,990.-
  ทิปไกด์ 90 USD ประมาน 3,XXX฿ (เรียกเก็บสนามบินก่อนเช็คอิน)
 ใช้บริการรถคนขับรถ รวมน้ำมัน  / วัน 3,000฿/คน
 ค่าโรงแรม 2 คืนที่หาจองกันมา ทั้งๆที่ทัวร์ก็มีให้ 55555 สนนราคา/คน 6,700 บาท
 ค่าแท็กซี่จากโรงแรม Gudauri >> Room Hotel : คนละ 560 บาท
 ไม่รวมกิน 39,460.- /คน ทัวร์แบบลูกครึ่ง

 ===================================

 สรุปแล้วนั้น !!
  ค่าครองชีพถูกจริงๆ ไวน์ถูกมาก 8 ลารี ขวดละร้อยกว่าบาท แล้วอร่อยมากด้วย
 แพงค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าเดินทางด้วยความที่เป็นภูเขาเดินไกล
ซึ่งถ้าคนขับรถเช่าได้ก็คิดว่าจะประหยัดกว่านี้

 อาหาร เค็มมาก เลี่ยน มีชีส ผัก แป้ง ใครมาพกอาหารกระป๋องมาด้วยแล้วจะดีใจ5555
 ที่พัก ว้าวมากถ้าเทียบกับราคาและวิวที่ไทยนะ คุ้มสุดๆ 


 ===================================

 

คุณคิดว่า  ในการเดินทางอะไรที่สำคัญ

เงิน ? เวลา ? วิว ? อาหาร? 
สำหรับเราคือผู้ร่วมทางมากกว่านะ
เพราะว่าทุกอย่างมันคือธรรมชาติ ความแตกต่างของแต่ละที่  ไม่มีกฏตายตัว ไม่ต้องถูกที่สุด ไม่ต้องแพงที่สุด แค่หาตัวเองให้เจอก็พอ :)

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้