AUTUMN IN SEOUL KOREA เที่ยวตามใจ ชมใบไม้เปลี่ยนสี ที่โซล 5 วัน 3 คืน

165 จำนวนผู้เข้าชม  | 

AUTUMN IN SEOUL KOREA เที่ยวตามใจ ชมใบไม้เปลี่ยนสี ที่โซล 5 วัน 3 คืน

AUTUMN IN SEOUL KOREA
เที่ยวตามใจ ชมใบไม้เปลี่ยนสี ที่โซล เกาหลีกันนนน ~



เกาหลี เกาใจ ตกหลุมรักรอบที่ล้านอีกแล้ววว เป็นอีกประเทศที่ไปบ่อยเหมือนเป็นบ้านหลังที่สอง เที่ยวได้ทุกฤดูไม่เคยเบื่อ เอาแค่ไปเมืองเดิม ไปครั้งเดียวก็ยังเก็บทุกแลนด์มาร์คได้ไม่ครบเลยยย



และรอบนี้ที่ชีวิตต้องการความสดใส อยากเติม Energy ให้กลับมาสู้งานแบบปังๆ อีกอย่างก็อยากจะเติมความหวาน ความโรแมนติกใดๆ ให้กับชีวิตคู่บ้างอะไรบ้าง เลยกดจองไปเลยสิคะ บินโซล เกาหลี ราคาดีงาม ไปชมใบไม้เปลี่ยนสี ช่วงฤดูใบไม้ร่วงกัน อากาศเย็นกำลังฟิน ฟ้าใสสีสวย ตัดกับสีสันต้นไม้เปลี่ยนสี เป็นฤดูที่ต้องมาที่นี่ให้ได้สักครั้งในชีวิตเลย



เราใช้เวลา 5 วัน 3 คืน ที่โซล โดยมีแพลนคร่าวๆ มาบ้างว่าอยากไปไหน ทำอะไร ครบทั้งเดินเที่ยวชมบรรยากาศชิลๆ แวะกิน แวะช้อป ไหว้พระขอพร แต่ไม่ได้เร่งรีบ ใช้เวลาชิลๆ สบายๆ ฟิลมาพักผ่อนจริงๆ ถ้าใครชอบมีเวลาเยอะๆ มีอิสระในการท่องเที่ยว กับงบประมาณไม่บานปลาย ต้องกดเซฟสิ่งนี้ไว้ “รีวิวเที่ยวโซลตามใจ ดูใบไม้เปลี่ยนสี” เราไปที่ไหนกันมาบ้าง มาดูกันนนนน ~





วัดบงอึนซา (Bongeunsa Temple)
ชมวัดเก่าแก่กว่า 1,200 ปี ไหว้พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในเกาหลี

วันแรกที่เหยียบแผ่นดินเกาหลี สายมูอย่างเราต้องมาที่นี่ก่อนเลยเพื่อความเป็นสิริมงคล วัดดังใจกลางกรุงโซล ซึ่งเป็นวัดพุทธเก่าแก่ที่สภาพยังสมบูรณ์มากๆ มีพื้นที่กว้างขวาง และไฮไลท์ของที่นี่ก็คือ องค์พระพุทธรูปพระศรีอริยเมตไตรยองค์ใหญ่ ที่แกะสลักจากหินอ่อนสูงถึง 23 เมตร ล้อมด้วยต้นไม้ร่มรื่น และกำแพงหินสีเทาที่เห็น คือรูปปั้นหินสลักเป็นองค์จำลองเจ้าแม่กวนอิม



วัดนี้เป็นวัดที่ผู้คนแวะเข้ามากราบไหว้ขอพร ไม่ขาดสาย ในวัดยังมีพระพุทธรูปอีกหลายองค์ มีจุดให้ไหว้ขอพร และมีกิจกรรมเพื่อเสริมสิริมงคลอีกหลายจุด เช่น เขียนขอพรบนโคมไฟจิ๋ว อธิษฐานขอพรด้วยเทียนนักษัตร หรือจะเช่าเครื่องราง ที่มีให้เลือกเยอะมาก ทั้งแหวน แผ่นทองกำไล พวงกุญแจ ช่วยเสริมการเงิน การงาน ความรัก โชคลาภ สุขภาพ ฯลฯ ก็เลือกได้หมดเลย







ห้องสมุด Starfield (Starfield Library)
ห้องสมุดสุดอลังการ ที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของเกาหลี

ไม่ไกลจากวัดบงอึนซา เราเดินมาที่ห้าง Coex Mall ในนี้มีห้องสมุดขนาดใหญ่มากๆ มีการออกแบบดีไซน์ที่ไม่เหมือนที่ไหน โปร่ง โถงกว้าง เพดานสูงเป็น 2 ชั้นของห้าง มีชั้นวางหนังสือสูงจรดเพดาน ถึง 13 เมตร มีหนังสือกว่า 70,000 เล่ม และที่นั่งกว่า 200 ที่นั่ง ทั้งหมดนี้คืออ่านฟรี เลือกที่นั่งได้อิสระเลย หรือจะแวะเวียนเข้าไปหามุมสวยๆ ถ่ายรูปก็ได้ แต่ต้องบอกไว้ก่อน ขึ้นชื่อว่าเป็นห้องสมุด ถึงจะเป็นห้องสมุดแบบเปิด แต่ก็ต้องอยู่ในความสงบ ไม่เสียงดัง ไม่ใช้พื้นที่ถ่ายรูปรบกวนคนอื่นๆ ด้วยนะ





คลองชองเกชอน (CheongGyeCheon)
แลนด์มาร์คกรุงโซล จุดนัดพบสุดฮิต นั่งเล่นริมน้ำ เดินชิลเลียบคลอง

เดินเที่ยวเล่นแปปๆ ก็ใกล้จะเย็นแล้ว เวลานี้อากาศดี เริ่มได้เห็นแสงสีตอนกลางคืนบ้างแล้ว เราเลยมาเดินเล่นชิลที่คลองชองเกชอน หลายคนคงเคยได้ยินมาบ้างว่าแต่ก่อนคลองนี้เป็นคลองธรรมชาติ และได้ถูกฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ จนกลายเป็นสถานที่พักผ่อนของผู้คน มีน้ำใสสะอาด มีที่ให้นั่งเล่นริมคลอง ตกแต่งด้วยดอกไม้บ้าง ภาพศิลปะบ้าง บางช่วง บางเทศกาล ก็จะได้เห็นการตกแต่งที่แตกต่างกันไป หรือมีจัดกิจกรรมในวันหยุด ถ้าใครผ่านมาแล้วเห็นสัญลักษณ์ขดหอยยักษ์สีม่วงตั้งอยู่ แสดงว่าคุณมาถึงแล้ว เช็คอิน ถ่ายรูป นั่งเล่นพูดคุยกันชิลๆ มองน้ำเพลินๆ อยู่ที่นี่จนดึกดื่น ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ







ถนนชองดงกิล (Jeongdong-gil)
ถนนสายโรแมนติค ริมรั้วพระราชวังถ็อกซูกุง

พามาเดินเล่นชิลๆ กันอีกแล้ว คราวนี้จะได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีแบบเต็มตา จุใจ ที่ถนนเลาะเลียบรั้ววัง พระราชวังถ๊อกซูกุง (Deoksugung Palace) ที่นี่นอกจากจะถูกเรียกว่าถนนสายโรแมนติค ที่คู่รักชาวเกาหลีชอบมาเดินสวีทกันมากกกแล้ว ยังถูกเรียกว่าถนนสายแปะก๊วยด้วย เพราะสองฝั่งถนนเรียงรายด้วยต้นแปะก๊วยที่กำลังเปลี่ยนสี มีระยะทางยาวถึง 1 กม. บางช่วงบางจุด จะเห็นมีร้านค้าขายของกิน ของใช้ ของที่ระลึกอยู่ด้วย ถ้าได้มาที่ถนนสายนี้แล้ว ใครมีเวลาเหลือ อย่าลืมเข้าไปเที่ยวชมพระราชวังถ๊อกซูกุงกันด้วยนะ







โอลิมปิค ปาร์ค (Olympic Park)
อดีตมรดกงานกีฬาโอลิมปิกกรุงโซลปี 1988 ปัจจุบันสวนสาธารณะขนาดใหญ่(มาก) 

บอกแล้วว่ามาครั้งนี้ เน้นมาเดินเที่ยวเล่นชิลๆ ฮ่าๆๆ ที่นี่คือสวนสาธารณะขนาดใหญ่ของเมืองโซล พื้นที่กว้างมาก ถูกแบ่งออกหลายโซน ในอดีตที่นี่เป็นสถานที่จัดงานกีฬาโอลิมปิกกรุงโซล ตั้งแต่ปี 1988 นอกจากพื้นที่สวนขนาดใหญ่ ก็จะมีสถาปัตยกรรมของสนามกีฬา มีฮอลล์สำหรับจัดกีฬาและคอนเสิร์ต มี “ต้นไม้โดดเดี่ยว” หรือ นาฮลโลนามู (나홀로나무) ตั้งเด่นอยู่กลางสวน รวมถึง ประตูสันติภาพโลก (The world peace gate) ซึ่งฤดูไฮไลท์ของที่นี่ ก็คือช่วงฤดูใบไม้ร่วง ที่ตามทางเดินในสวนจะเต็มไปด้วยต้นไม้เปลี่ยนสี สดใส บรรยากาศดีสุด โดยเฉพาะตอนเย็น แสงเกาหลีจะสีสวยมากๆ ได้มาเดินเล่น ปั่นจักรยานที่นี่สักวันก็ฟินสุดๆ แล้ว







มหาวัทยาลัยสตรีอีฮวา (Ewha Woman University)
จุดเช็คอินถ่ายรูปสุดปัง กับสถาปัตยกรรมสุดเจ๋ง

ที่นี่เป็นมหาวิทยาลัยหญิงล้วนที่ใหญ่และเก่าแก่ติดอันดับโลก สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ที่นี่จะดังเรื่องสถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตก ที่สวยงาม อลังการ มีจุดถ่ายรูปอยู่หลายจุด ยิ่งช่วงนี้เราจะได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีด้วย ก็เดินเล่นถ่ายรูปกันไปเลยฉ่ำๆ เราไม่เหนื่อย เราไม่เมื่อย ฮ่าๆๆ เดินถึงแถวหน้ามหาวิทยาลัย จะมีร้านค้า ร้านอาหาร อีกเยอะมากให้เราเดินช้อปเสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ หรือจะนั่งชิลๆ ที่คาเฟ่ มองชีวิตผู้คนในย่านนี้ก็เพลินดีเหมือนกัน









ถนนคนเดินฮงแด (Hongdae Shopping Street)
แหล่งรวมวัยรุ่นยามค่ำคืน กิน เที่ยว ช้อป ครบที่นี่!

ย่านฮงแดตอนกลางคืนจะคึกคักมากๆ เต็มไปด้วยผู้คน มาเดินหาของกิน ของช้อปกัน ใครสายช้อปต้องเลิฟสุดๆ เพราะรวมสินค้าแฟชั่นทุกประเภทไว้ที่นี่แล้ว บรรยากาศของที่นี่ จะคล้ายกับสยามบ้านเรา ทำเลใกล้มหาวิทยาลัย มีร้านกิน ดื่ม เยอะ มีของน่ารักจุ๊กจิ๊ก และมีกลุ่มวัยรุ่นมาทำกิจกรรมที่นี่มากมาย ไม่ว่าจะทำการแสดงเปิดหมวก หรือแต่งตัวคอสเพลย์ มาเดินเล่น พบปะกัน ทำให้ถนนเส้นนี้มีสีสัน และดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ มากเลย











สวนพฤกษศาสตร์ฮวาดัม (Hwadam Botanic Garden)
ชมใบไม้เปลี่ยนสีสุดฉ่ำ สูดอากาศธรรมชาติให้เต็มปอด

ยกให้เป็นไฮไลท์ของทริปนี้เลย ในการมาดูใบไม้เปลี่ยนสี คือสวยฉ่ำ สะใจมากจริงๆ สวยเหมือนเทพนิยาย มองไปทางไหนก็เห็นแต่ธรรมชาติที่สวยงาม ในสวนขนาดใหญ่นี้แบ่งเป็น 16 สวน เต็มไปด้วยต้นไม้ดอกไม้ สีเหลือง สลับ ส้มแดง รวมกันหลายชนิดพันธุ์ บวกกับวิวภูเขาและลำน้ำ เหมาะกับเดินเล่นชมวิว สูดอากาศสดชื่นเป็นที่สุด แต่ถ้าใครเดินไม่ไหว ก็ใช้บริการรถไฟโมโนเรลแคปซูล พานั่งชมบรรยากาศทั่วทั้งสวนก็ได้นะ











สำหรับใครที่เตรียมตัวมาที่นี่ สามารถเดินทางด้วย Subway ลงสถานี Gonjiam ทางออกที่ 1 แล้วต่อรถแท็กซี่มาลงที่สวนอีก 10,000 วอน หรือเงินไทยเกือบ 300 บาท (ขึ้นอยู่กับค่าเงินในช่วงนั้นๆ) เมื่อมาถึงสวนแล้วจะมีค่าเข้า สำหรับผู้ใหญ่(อายุ 19 ปีขึ้นไป) คิดเป็นเงินไทยเกือบ 300 บาท และเด็กนักเรียน 200 บาทนิดๆ ส่วนรถไฟโมโนเรลแคปซูลข้างในสวน จะมีค่าบริการเริ่มต้นประมาณ 100 บาทนิดๆ หรือเลือกแบบนั่งชมรอบสวนจะ 200 บาทนิดๆ สวนสามารถเข้าชมได้ทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์ เปิด 09.00-18.00 น. เสาร์-อาทิตย์ / วันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิด 08.30-18.00 น. และรอบสุดท้ายตอน 16.30 น. บอกเลยว่าถ้าได้มาเที่ยวโซลฤดูใบไม้เปลี่ยนสีทั้งที ต้องห้ามพลาดที่นี่จริงๆ





WANG BI JIP เมียงดง (Korean Traditional Restaurant)
ปิ้งย่างเตาถ่านร้านดังเมียงดง สายเนื้อห้ามพลาด!

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง.. เดินเล่นชิลๆ มาเยอะเลย พักชมสิ่งที่น่าทานสักครู่ ฮ่าๆๆ ที่เมียงดง เราได้เจอกับร้านดังร้านนึงที่มีหลายสาขาในเกาหลี เมนูแนะนำของที่นี่คือเนื้อย่างเตาถ่าน แล้วสายเนื้ออย่างเรามีรึจะพลาด ตัวร้านของที่นี่จะอยู่ชั้น 2 ตอนเราไปคนไม่เยอะเท่าไหร่ เราสั่งแค่เนื้อย่าง พร้อมผักเครื่องเคียง และซูปกิมจิ มาทานพอกรุบกริบ ส่วนเนื้อย่างจะมีพนักงานคอยบริการยืนย่าง และหั่นให้ รสชาติดี อร่อยเลย ราคากลางๆ ทำเลใกล้แหล่งช้อป แหล่งเที่ยว ย่านเมียงดง ใครจะเดินเที่ยวก่อน แล้วแวะมาทานก็ได้ แต่ช่วงวันหยุด หรือช่วงเย็นๆ ที่นี่คนอาจจะคนเยอะ ต้องรอคิวกันบ้าง แต่รับรองว่าสมการรอคอยค่า









ย่านช้อปปิ้งเมียงดง (Myeongdong Street)
รวมร้านสตรีทฟู้ด แหล่งละลายเงินวอน ก่อนกลับบ้าน!

เชื่อว่าทุกคนที่มาโซลจะต้องได้แวะย่านเมียงดงแน่นอน ที่นี่ถือเป็นแลนด์มาร์คหลักที่ต้องแวะในวันท้ายๆ ทริป ก่อนเดินทางกลับบ้าน เราจะได้เจอกับนักท่องเที่ยวเยอะมากที่นี่ เริ่มคึกคักกันตั้งแต่ช่วงบ่ายๆ จนถึงดึก เดินตามตรอกซอย จะมีร้านเสื้อผ้า ร้านอาหาร คาเฟ่ เต็มไปหมด โดยเฉพาะร้านอาหารสตรีทฟู้ดที่ตั้งบนถนนสองข้างทาง ส่งกลิ่นอาหารหอมไปทั่ว เราเองยังต้องเก็บท้องเพื่อมาลองชิมอาหารหลากหลายจากสตรีทฟู้ด ซื้อแล้วยืนทานตรงนั้นได้เลย ที่นี่ยังมีของฝากของที่ระลึกด้วยนะ ขนม เครื่องสำอางค์ และอย่างที่เรารู้กัน พนักงานบางร้านพูดไทยได้ด้วย อย่าลืมเตรียมถุงเตรียมกระเป๋าไว้มาหอบหิ้วใส่ของ เตรียมรองเท้าดีๆ และกำลังขาฟิตๆ มาเดินช้อปกันทั้งคืนไปเล้ยยยยย







โบสถ์เมียงดง (Myeong-dong Catholic Cathedral Seoul)
โบสถ์คาทอลิกสวยตระหง่าน จุดถ่ายรูปสุดโรแมนติก ย่านเมียงดง

ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากตลาดเมียงดง เป็นอีกจุดที่ใครได้มาเมียงดงแล้วต้องแวะถ่ายรูปกับโบสถ์คาทอลิกแห่งนี้ ทางขึ้นโบสถ์จะต้องขึ้นบันไดไปต่ออีกนิดนึง โบสถ์สวยตั้งเป็นสง่ามาก ข้างบนนี้บรรยากาศดี จะมีลมพัดเย็นๆ มีผู้คนขึ้นมาเดินเล่นถ่ายรูปกัน เห็นคู่รักเดินจับมือกันน่ารัก โรแมนติกมากๆ



บอกเลยว่าทริปนี้เราใช้คำว่า ชิล ได้เปลืองมาก ใครจะคิดว่าเที่ยวชิลแบบนี้มาเที่ยวกับทัวร์ก็ได้ เพราะเราจองทัวร์เกาหลี 5 วัน 3 คืน ที่เราจะได้เที่ยวอิสระตามใจ ตั้ง 2 วันครึ่ง เหมาะมากกับคนที่มีที่เที่ยวในใจอยู่แล้ว และอยากใช้เวลากับความสุขตรงนั้นนานๆ แต่เราแนะนำว่าช่วงวันอิสระถ้าจะให้คุ้มค่า ต้องวางแผนมาดีๆ นะ ทั้งสถานที่ เวลา และการเดินทาง





ใครสายช้อปปิ้ง(และเดินไหว) จะเดินช้อปจุกๆ ทั้งวันก็ยังได้ ปักหมุดไว้เลย ย่านเมียงดงสตรีท และฮงแดสตรีท หรือจะไปไหนที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้า เตรียมตัวมาก่อนจะได้ไม่เสียเวลา สำหรับเราเองก็ยังมีอีกหลายที่ ที่ยังไม่ได้ไปในโซล แต่มาครั้งนี้ได้มาดูใบไม้เปลี่ยนสี อากาศเย็นๆ ได้เดินเล่น หาของอร่อยๆ กิน แค่นี้ก็ฟินแล้ว ไว้กลับไปทำงาน แล้วจะกลับมาชาร์จพลังใหม่นะ 





TIPS แนะนำที่เที่ยวเพิ่มเติม สำหรับแพลนทริปเที่ยวอิสระ

- หมู่บ้านบุกซอนฮันอก
- ทงแดมุนดีไซน์พลาซ่า หรือ DDP
- ตลาดทงแดมุน
- ตลาดอาหารควังจัง
- สวนสนุกล็อตเต้เวิล์ด
- โซลทาวเวอร์ หรือ นัมซาน ทาวเวอร์ (N Seoul Tower)
- พระราชวังเคียงบกกุง
- พระราชวังถ๊อกซูกุง

โปรแกรมทัวร์เกาหลี โซล 5 วัน 3 คืน (เที่ยวอิสระ 2 วันครึ่ง)
>> โปรแกรมเที่ยวโซล 5 วัน 3 คืน <<

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้